ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง

28 August 2025

ถ้าคุณกำลังมองหาตู้จ่ายไฟฟ้าขนาดย่อมที่สามารถแบ่งจ่ายไฟ 3 เฟสไปยังอุปกรณ์หลายตัวได้อย่างเป็นระบบ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง (Load Center Panel 3 Phase 6 Ways) น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ตู้ชนิดนี้เป็นตู้จ่ายไฟย่อยที่รับไฟฟ้ามาจากตู้ Distribution Board หรือตู้ MDB อีกทีหนึ่ง แล้วแบ่งจ่ายออกไปยังอุปกรณ์แต่ละตัวผ่านเซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดเล็ก

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง ลักษณะ

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง คือตู้จ่ายไฟฟ้าย่อยที่ใช้ระบบไฟฟ้าไฟ 3 เฟส แรงดัน 380/220V และมีช่องสำหรับติดตั้ง Mini Circuit Breaker (MCB) จำนวน 6 ช่อง เพื่อจ่ายไฟไปยังวงจรย่อย 6 วงจร ตู้ชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายหลัก (เช่น ตู้ MDB หรือหม้อแปลง) ไปยังเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือพื้นที่ใช้งานแต่ละจุด

ลักษณะทางกายภาพของตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง มีดังนี้

  • ขนาดตู้ โดยทั่วไปมีความสูงประมาณ 40-60 ซม. กว้าง 30-40 ซม. ลึก 15-20 ซม. จัดเป็นตู้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งบนผนัง (Wall-mounted) ได้สะดวก ไม่ต้องจัดสรรพื้นที่มากเหมือนตู้สวิทช์บอร์ดขนาดใหญ่
  • วัสดุตัวตู้ ส่วนใหญ่ผลิตจากเหล็กพ่นสีกันสนิม (Powder Coated Steel) หรือพลาสติก ABS เกรดทนความร้อน ตู้เหล็กให้ความแข็งแรงสูง เหมาะกับโรงงาน ส่วนตู้พลาสติกน้ำหนักเบาและเป็นฉนวนไฟฟ้าในตัว เหมาะกับอาคารสำนักงานหรือบ้านพักอาศัย
  • ส่วนประกอบภายใน ประกอบด้วยบัสบาร์ทองแดง 3 เฟส (L1, L2, L3) พร้อม Neutral Bar และ Earth Bar, Main Breaker สำหรับตัดไฟเข้าทั้งตู้, ช่อง MCB จำนวน 6 ช่อง สำหรับจ่ายไฟออกไปยังวงจรย่อย, และ DIN Rail สำหรับยึดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในตู้
  • ระดับการป้องกัน ตู้มาตรฐานมีค่า IP (Ingress Protection) ตั้งแต่ IP20 สำหรับใช้ในอาคาร ไปจนถึง IP65 สำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือความชื้นสูง

จุดสำคัญ:

ตัวเลข “6 ช่อง” หมายถึงจำนวนวงจรย่อย (Outgoing Circuit) ที่สามารถจ่ายไฟออกไปได้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนเฟส แต่ละช่องสามารถใช้ MCB แบบ 1 โพล (สำหรับโหลด 1 เฟส) หรือ 3 โพล (สำหรับโหลด 3 เฟส) ก็ได้ ดังนั้นหากใช้ MCB 3 โพลทุกช่อง จะจ่ายไฟได้ 6 โหลด 3 เฟส แต่หากใช้ MCB 1 โพล จะจ่ายได้มากกว่า 6 โหลด

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง เหมาะกับงานที่ต้องการจ่ายไฟฟ้า 3 เฟสให้กับอุปกรณ์จำนวนไม่มาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้

1. โรงงานขนาดเล็กหรือไลน์ผลิตย่อย

สำหรับโรงงานที่มีเครื่องจักร 3-6 ตัวในไลน์ผลิตเดียวกัน เช่น เครื่องกลึง เครื่องเจียร เครื่องตัด สามารถใช้ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่องจ่ายไฟให้เครื่องจักรแต่ละตัวแยกกัน ทำให้ควบคุมและตัดไฟเครื่องจักรแต่ละตัวได้อิสระ โดยรับไฟมาจากตู้ MDB หลักของโรงงานอีกทีหนึ่ง

2. อาคารสำนักงานหรือร้านค้าขนาดกลาง

ใช้จ่ายไฟให้ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง ระบบปลั๊กไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ แยกตามโซนหรือตามชั้น เช่น ชั้น 1 ใช้ 1 ตู้ ชั้น 2 ใช้อีก 1 ตู้ ทำให้การบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น

3. ระบบปั๊มน้ำและระบบสุขาภิบาล

อาคารที่มีปั๊มน้ำหลายตัว (ปั๊มน้ำดี ปั๊มน้ำเสีย ปั๊มน้ำดับเพลิง ปั๊มน้ำร้อน) สามารถรวมจ่ายไฟผ่านตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่องได้อย่างเป็นระบบ

4. ห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก

ใช้จ่ายไฟให้ Rack เซิร์ฟเวอร์ ระบบ UPS ระบบปรับอากาศเฉพาะจุด และอุปกรณ์เครือข่าย โดยแต่ละวงจรมี MCB คุ้มครองแยกกัน หากวงจรใดมีปัญหาก็ตัดเฉพาะจุดนั้นโดยไม่กระทบวงจรอื่น

5. บ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟ 3 เฟส 4 สาย

บ้านขนาดใหญ่ที่ขอใช้ไฟ 3 เฟส สามารถใช้ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่องแบ่งจ่ายไฟให้แต่ละโซนของบ้าน เช่น ชั้นล่าง ชั้นบน โรงรถ ห้องครัว ระบบปรับอากาศ และปั๊มน้ำ

Tips:

หากมีอุปกรณ์ที่ต้องจ่ายไฟมากกว่า 6 ตัว ควรพิจารณาใช้ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 12 ช่องหรือ 18 ช่องแทน หรือหากต้องการรองรับการขยายงานในอนาคต แนะนำให้เลือกตู้ที่มีจำนวนช่องเผื่อไว้ 20-30% ตั้งแต่แรก

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง ดีไหม

เรามักได้ยินคำถามนี้บ่อยครั้ง คำตอบคือ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง เป็นตู้ที่ดีและเหมาะสมมากสำหรับงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยมีข้อดีหลายประการ

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง

1. ขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่าย

ด้วยขนาดที่เล็กกว่าตู้ Panel Board หรือตู้ MDB ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่อง สามารถติดตั้งบนผนังได้ทันที ไม่จำเป็นต้องจัดสรรห้องไฟฟ้าเฉพาะ ช่วยประหยัดพื้นที่อย่างมาก

2. ราคาประหยัด

เมื่อเทียบกับตู้ MDB หรือตู้สวิทช์บอร์ดที่ต้องออกแบบเฉพาะงาน ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่องมีราคาย่อมเยากว่ามาก เพราะเป็นตู้สำเร็จรูปที่ผลิตเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ

3. แบ่งจ่ายไฟเป็นระบบ

การมี 6 ช่องแยกจากกัน ทำให้สามารถจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์หรือพื้นที่แต่ละจุดแยกกัน หากวงจรใดมีปัญหา MCB จะตัดเฉพาะวงจรนั้น ไม่กระทบวงจรอื่น ช่วยให้ระบบไฟฟ้าโดยรวมยังทำงานได้ตามปกติ

4. ความปลอดภัยสูง

ทุกช่องมี MCB ป้องกันกระแสเกิน (Overload) และกระแสลัดวงจร (Short Circuit) บางรุ่นยังสามารถติดตั้ง RCBO (Residual Current Breaker with Overcurrent) เพิ่มเติมเพื่อป้องกันไฟรั่วได้ด้วย สอดคล้องกับมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า กฟภ.

5. บำรุงรักษาสะดวก

แต่ละช่องมีป้ายกำกับ (Label) ชัดเจน เมื่อเกิดปัญหาสามารถระบุวงจรที่มีปัญหาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาค้นหา และสามารถตัดไฟเฉพาะวงจรที่ต้องซ่อมบำรุงโดยไม่กระทบส่วนอื่น

6. รองรับการขยายงาน

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มีช่องว่างเผื่อไว้ (Spare Ways) และใช้ระบบ DIN Rail มาตรฐาน ทำให้สามารถเพิ่ม MCB หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ได้ในภายหลังโดยไม่ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่

ข้อควรระวัง:

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 6 ช่อง ไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นตู้จ่ายไฟหลัก (Main Distribution Board) ของอาคารขนาดใหญ่ เพราะมีขนาดบัสบาร์และจำนวนช่องไม่เพียงพอ ควรใช้เป็นตู้จ่ายไฟย่อย (Sub-Distribution) ที่รับไฟมาจากตู้ MDB อีกทีหนึ่ง

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง ราคาประมาณเท่าไหร่

ราคาของตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ยี่ห้อ วัสดุตัวตู้ ขนาดพิกัดกระแส และอุปกรณ์ที่รวมมาด้วย โดยทั่วไปราคาจะอยู่ในช่วงดังนี้

ตู้เปล่า (ไม่รวม MCB)

ราคาประมาณ 1,500-3,500 บาท สำหรับตู้เหล็กพ่นสี หรือตู้พลาสติกมาตรฐาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลือก MCB เอง

ตู้พร้อม MCB ครบชุด

ราคาประมาณ 3,000-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและพิกัดกระแสของ MCB ตู้ในระดับนี้มักมาพร้อม Main Breaker และ MCB ช่องย่อยครบ 6 ช่อง

ตู้เกรดพรีเมียม

ราคาประมาณ 8,000-15,000 บาท สำหรับตู้จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Schneider Electric, ABB, Hager ที่มีมาตรฐานสูง ตู้เกรดนี้มักมี IP Rating สูงกว่า มี Surge Protection Device (SPD) และ RCBO ติดตั้งมาให้

จุดสำคัญ:

อย่าเลือกตู้โหลดเซ็นเตอร์โดยดูแค่ราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบว่าตู้ได้มาตรฐาน มอก. หรือ IEC 61439 เพราะตู้คุณภาพต่ำอาจเกิดปัญหาความร้อนสะสม บัสบาร์หลอมละลาย หรือเกิดอาร์กไฟฟ้าที่เป็นอันตรายได้

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง กับ ตู้คอนซูมเมอร์ 3 เฟส 6 ช่อง ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่าง “ตู้โหลดเซ็นเตอร์” (Load Center) กับ “ตู้คอนซูมเมอร์” (Consumer Unit) ว่าเหมือนหรือต่างกัน ความจริงแล้วทั้งสองชนิดมีหน้าที่คล้ายกันคือแบ่งจ่ายไฟฟ้า แต่มีความแตกต่างในรายละเอียดดังนี้

วัตถุประสงค์การใช้งาน

ตู้คอนซูมเมอร์ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัยเป็นหลัก เน้นการป้องกันไฟรั่ว (RCD/RCCB) เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ส่วนตู้โหลดเซ็นเตอร์ออกแบบมาสำหรับงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เน้นการจ่ายไฟให้อุปกรณ์หลายตัวอย่างเป็นระบบ

อุปกรณ์ป้องกันภายใน

ตู้คอนซูมเมอร์มักมี RCCB (Residual Current Circuit Breaker) เป็นอุปกรณ์หลักเพื่อป้องกันไฟรั่ว ส่วนตู้โหลดเซ็นเตอร์เน้น MCCB (Molded Case Circuit Breaker) หรือ MCB ที่รองรับกระแสสูงกว่า สำหรับป้องกันกระแสเกินและกระแสลัดวงจร

พิกัดกระแสรวม

ตู้คอนซูมเมอร์ 3 เฟส 6 ช่อง มักรองรับกระแสรวมไม่เกิน 63A ส่วนตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง สามารถรองรับได้ตั้งแต่ 63A ไปจนถึง 250A ขึ้นอยู่กับขนาดบัสบาร์

ความทนทาน

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ผลิตจากเหล็กหนากว่า ทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่า (ฝุ่น ความร้อน ความชื้น) เหมาะกับการติดตั้งในโรงงานหรือพื้นที่กลางแจ้ง ส่วนตู้คอนซูมเมอร์มักทำจากพลาสติกหรือเหล็กบาง เหมาะกับการติดตั้งภายในบ้าน

ราคา

ตู้คอนซูมเมอร์ 3 เฟส 6 ช่อง มีราคาถูกกว่า อยู่ที่ประมาณ 1,500-4,000 บาท ส่วนตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง มีราคาสูงกว่าเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับสเปก

Tips:

สำหรับบ้านพักอาศัยที่ขอใช้ไฟ 3 เฟส แนะนำให้ใช้ตู้คอนซูมเมอร์เป็นตู้จ่ายไฟหลัก เพราะมี RCCB ป้องกันไฟรั่วมาให้ แต่ถ้าเป็นโรงงาน สำนักงาน หรือร้านค้าที่มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ ควรเลือกตู้โหลดเซ็นเตอร์ที่รองรับกระแสสูงกว่าและทนทานกว่า

สรุป

ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง เป็นตู้จ่ายไฟฟ้าย่อยขนาดกะทัดรัดที่เหมาะสำหรับงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเล็ก อาคารสำนักงาน ร้านค้า หรือบ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟ 3 เฟส ตู้ชนิดนี้มีข้อดีหลายประการ ทั้งขนาดเล็กติดตั้งง่าย ราคาประหยัด แบ่งจ่ายไฟเป็นระบบ ปลอดภัยสูง และรองรับการขยายงานในอนาคต

สิ่งสำคัญในการเลือกตู้โหลดเซ็นเตอร์คือ ต้องเลือกตู้ที่ได้มาตรฐาน คำนวณกระแสรวมให้ถูกต้อง เลือกขนาด MCB ที่เหมาะสม และติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

FAQ

Q: ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง รองรับกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดเท่าไร

A: ขึ้นอยู่กับขนาดบัสบาร์และ Main Breaker ที่ติดตั้ง โดยทั่วไปตู้มาตรฐานรองรับกระแสรวมตั้งแต่ 63A ถึง 250A ต้องเลือกให้เหมาะสมกับกระแสรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดที่จ่ายไฟ

Q: สามารถเพิ่มช่องจ่ายไฟในภายหลังได้ไหม

A: หากตู้มี Spare Ways เหลืออยู่ สามารถเพิ่ม MCB ได้ทันที แต่ถ้าช่องเต็มแล้ว อาจต้องเปลี่ยนเป็นตู้โหลดเซ็นเตอร์ 12 ช่องหรือ 18 ช่อง หรือเพิ่มตู้โหลดเซ็นเตอร์อีกตู้หนึ่ง

Q: ตู้โหลดเซ็นเตอร์ติดตั้งกลางแจ้งได้ไหม

A: ได้ แต่ต้องเลือกตู้ที่มีค่า IP Rating สูง เช่น IP54 หรือ IP65 ที่กันฝุ่นและน้ำสาดได้ และควรติดตั้งภายใต้หลังคาหรือกันสาดเพื่อป้องกันแดดและฝนโดยตรง

Q: MCB ที่ใช้ในตู้โหลดเซ็นเตอร์ เลือกอย่างไร

A: เลือกตามพิกัดกระแส (Ampere Rating) ของอุปกรณ์ที่จ่ายไฟ เช่น มอเตอร์ 3 แรงม้า 3 เฟส ใช้กระแสประมาณ 5-6A ก็เลือก MCB 10A นอกจากนี้ต้องพิจารณา Breaking Capacity (kA) ให้เหมาะสมกับระบบด้วย

Q: ติดตั้งตู้โหลดเซ็นเตอร์ไว้ตำแหน่งไหนดีที่สุด?

A: ควรติดตั้งตู้โหลดเซ็นเตอร์ในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการตรวจสอบหรือบำรุงรักษา โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้น น้ำ หรือสารเคมีใกล้เคียง

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการผลิตและติดตั้ง ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส 6 ช่อง คุณสามารถไว้วางใจ บริษัท เอสเค เพาเวอร์ อีเล็คทริค จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตตู้ไฟฟ้าตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ทีมงานวิศวกรของเราพร้อมให้บริการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต และติดตั้งตู้ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สามารถดูข้อมูลสินค้าของเราได้ที่ >> SK Power Electric


☎️ Tel: 093-596-4288

🟢 Line: sk_powerelectric

📬 Email: sk_project2@hotmail.com

📘 Facebook: SK Power Electric

ผลงานของเรา

หนึ่งในคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดตอนเริ่มโปรเจกต์คือ "ตู้ไฟฟ้าราคาเท่าไหร่?" เพราะราคาตู้ไฟฟ้านั้นแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตู้ DB เล็กอาจราคาแค่หลักพัน
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักอุปกรณ์ในตู้ไฟฟ้าตัวสำคัญทั้งหมด ว่าแต่ละชิ้นทำหน้าที่อะไรและทำไมต้องมี
มาตรฐานตู้ไฟฟ้า คือข้อกำหนดที่กำหนดโดยองค์กรมาตรฐานสากลและระดับประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุที่ใช้ผลิต ขนาดและความแข็งแรงของโครงสร้าง ค่าไฟฟ้าที่รองรับได้
การเลือกขนาดตู้ไฟฟ้าที่เหมาะสมต้องพิจารณาหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งขนาดกระแสไฟ จำนวนวงจรย่อย ขนาดทางกายภาพของตู้ และการเผื่อสำหรับการขยายงานในอนาคต
ตู้ไฟฟ้า มีกี่ประเภท? เวลาที่ช่างไฟหรือวิศวกรพูดถึง "ตู้ไฟฟ้า" คุณอาจเคยได้ยินชื่อหลายอย่างผสมกัน ไม่ว่าจะเป็นตู้ MDB ตู้ DB ตู้สวิทช์บอร์ด หรือตู้โหลดเซ็นเตอร์
ไฟฟ้า คือตู้โลหะที่ทำหน้าที่รับ ควบคุม และกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ ของอาคารหรือโรงงาน พูดง่ายๆ คือมันคือ "สมองกลาง" ของระบบไฟฟ้า