วงจรไฟฟ้า ในโรงงานอุตสาหกรรม

29 August 2025
SK เราเป็นบริษัท รับซ่อม ผลิต ติดตั้ง วงจรไฟฟ้า ในโรงงานอุตสาหกรรม ทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้ง การดูแล และการซ่อม SK Power Electric Hotline :093-5964288 รับปรึกษา, ออกแบบ, ตรวจสอบ, ติดตั้ง, ซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า, ตรวจรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า, งานปรัปปรุงและซ่อมบำรุงตู้เมนไฟฟ้า, งานปรัปปรุงและซ่อมบำรุงตู้ควบคุมไฟฟ้า, งานปรัปปรุงและซ่อมบำรุงตู้คาปาซิเตอร์

วงจรไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นระบบที่ซับซ้อนและถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับการใช้พลังงานในปริมาณมาก โดยทั่วไปแล้ววงจรไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีองค์ประกอบหลายอย่างตั้งแต่แหล่งจ่ายไฟ การแปลงแรงดันไฟฟ้า ไปจนถึงระบบป้องกันและควบคุมความปลอดภัย โดยสามารถแยกเป็นองค์ประกอบหลัก ๆ ได้ดังนี้:

1. แหล่งจ่ายไฟฟ้า (Power Supply)
  • โรงงานอุตสาหกรรมมักได้รับพลังงานจากการจ่ายไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือแหล่งพลังงานอื่น เช่น ไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage) ซึ่งมีแรงดันไฟฟ้าสูง เช่น 22kV หรือ 33kV และไฟฟ้าแรงดันต่ำ (Low Voltage) ที่มักใช้ภายในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
2. หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
  • หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่ แปลงไฟฟ้าแรงสูง (ที่มาจากสายไฟหลักของการไฟฟ้า) ให้เป็นไฟฟ้าแรงต่ำ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานภายในโรงงาน เช่น แปลงแรงดันไฟฟ้าจาก 22kV ลงเป็น 400V หรือ 380V ซึ่งเป็นระดับแรงดันที่เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าในโรงงานสามารถใช้งานได้
3. ตู้สวิตช์บอร์ดหลัก (Main Distribution Board – MDB)
  • ตู้ MDB เป็นจุดศูนย์กลางที่รับไฟฟ้าจากหม้อแปลงไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังวงจรต่าง ๆ ภายในโรงงาน โดยตู้ MDB จะติดตั้งเบรกเกอร์หลัก (Main Circuit Breaker) เพื่อควบคุมการจ่ายไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างปลอดภัย
  • เซอร์กิตเบรกเกอร์ ทำหน้าที่ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินหรือลัดวงจรที่อาจเกิดขึ้นในระบบไฟฟ้า ถ้ามีการใช้ไฟฟ้ามากเกินไปหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เบรกเกอร์จะตัดไฟฟ้าเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์และความปลอดภัย
4. ตู้ควบคุมไฟฟ้าย่อย (Sub Distribution Board – SDB)
  • ในโรงงานขนาดใหญ่จะมีการแยกจ่ายไฟฟ้าไปยังโซนหรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยผ่านตู้ควบคุมไฟฟ้าย่อย ซึ่งทำหน้าที่จัดการไฟฟ้าให้กับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ในโซนเฉพาะ
  • ตู้ SDB จะมีเบรกเกอร์ย่อย (Sub Breaker) สำหรับควบคุมและป้องกันกระแสไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ของโรงงาน
5. ระบบเดินสายไฟฟ้า (Electrical Wiring System)
  • การเดินสายไฟฟ้าในโรงงานมักเป็น สายไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าได้มาก สายไฟเหล่านี้จะเชื่อมต่อจากตู้ MDB หรือ SDB ไปยังเครื่องจักรต่าง ๆ โดยจะถูกติดตั้งในรางสายไฟ (Cable Tray) เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัย
  • สายไฟจะถูกเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น สายไฟชนิดทนความร้อนหรือสายไฟทนต่อสภาวะอุตสาหกรรมหนัก
6. ระบบกราวด์ (Grounding System)
  • ระบบกราวด์มีความสำคัญในการป้องกันไฟฟ้ารั่ว โดยจะติดตั้งระบบกราวด์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดูดเมื่อมีไฟฟ้ารั่วจากเครื่องจักร การต่อกราวด์ที่ดีจะช่วยให้ไฟฟ้าถูกนำลงดิน ลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อคนงานและอุปกรณ์
7. ระบบควบคุมไฟฟ้า (Control System)
  • ระบบควบคุมไฟฟ้าในโรงงานมักมีตู้ควบคุม (Control Panel) ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรแต่ละเครื่อง ระบบนี้จะรวมถึงเซ็นเซอร์, รีเลย์, PLC (Programmable Logic Controller) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องจักรให้ทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
8. ระบบป้องกันไฟฟ้าเกินและไฟฟ้าลัดวงจร (Overload and Short Circuit Protection)
  • ระบบนี้จะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าเกิน เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) และ ฟิวส์ เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าถูกกระแสไฟฟ้าเกินหรือลัดวงจร ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายหรือไฟไหม้
9. ระบบสำรองไฟฟ้า (Backup Power System)
  • ในโรงงานที่มีการใช้งานตลอดเวลา การหยุดชะงักของไฟฟ้าอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ดังนั้นโรงงานหลายแห่งจะติดตั้ง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) หรือ UPS (Uninterruptible Power Supply) เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ
10. การบำรุงรักษาและตรวจสอบ (Maintenance and Inspection)
  • การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าในโรงงานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย เช่น การตรวจสอบหม้อแปลง, เซอร์กิตเบรกเกอร์, สายไฟ และระบบกราวด์เป็นประจำ
วงจรไฟฟ้าในโรงงานที่สำคัญอื่น ๆ:
  • ระบบแสงสว่าง (Lighting System): ไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างในพื้นที่ทำงาน
  • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC System): ใช้พลังงานไฟฟ้าในการควบคุมสภาพอากาศภายในโรงงาน
  • ระบบเครื่องมือควบคุมความปลอดภัย (Safety and Monitoring System): ระบบแจ้งเตือนและควบคุมเพื่อความปลอดภัยในโรงงาน เช่น ระบบตรวจจับควันไฟ หรือระบบตรวจจับไฟฟ้ารั่ว

วงจรไฟฟ้าในโรงงานจึงเป็นระบบที่ครอบคลุมทั้งการจ่ายไฟฟ้า การควบคุม และการป้องกัน โดยทุกส่วนจะทำงานประสานกันเพื่อให้การผลิตในโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ความรู้ดีดีจาก การไฟฟ้า

ผลงานของเรา

Cable Tray คือรางเดินสายไฟที่ใช้รองรับ และจัดระเบียบสายไฟฟ้าที่เดินออกจากตู้ไฟฟ้า ไปยังจุดโหลดต่าง ๆ ภายในโรงงาน อาคาร และงานระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่
Earth Leakage (ELCB/RCD) ป้องกันไฟดูดในวงจรย่อย ส่วน Ground Fault Protection (GFP) ป้องกันความเสียหายของระบบไฟฟ้าในตู้ MDB จากกระแสรั่วลงดิน
Detuned Reactor คือตัวเหนี่ยวนำที่ต่ออนุกรมกับ Cap Bank เพื่อป้องกันการเกิด Resonance จาก Harmonic ในระบบไฟฟ้า ทำให้ Cap Bank ทำงานได้ปลอดภัย
Thermal Scan ตู้ไฟฟ้า คือการใช้กล้องอินฟราเรดตรวจหาจุดร้อนผิดปกติในตู้ MDB และตู้คอนโทรล เพื่อป้องกันไฟฟ้าขัดข้องและอัคคีภัย
ตู้ Synchronizing Panel คือตู้ไฟฟ้าที่ใช้เชื่อม Generator หลายตัวหรือเชื่อมกับการไฟฟ้า โดยควบคุมแรงดัน ความถี่ และเฟสให้ตรงกันก่อนจ่ายไฟร่วมกัน
Harmonics คือคลื่นไฟฟ้าผิดเพี้ยนที่เกิดจากโหลดอย่าง VFD, UPS และหลอด LED ทำให้ระบบไฟมีความถี่แปลกปลอม