ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ก่อนสั่งผลิตควรระบุสเปกให้ชัดเจน ทั้งมาตรฐานอ้างอิง วัสดุและระดับการป้องกันของตู้ ระบบไฟเข้า อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณ ระบบสำรองไฟ และการทดสอบก่อนส่งมอบ เพื่อให้ตู้ที่ผลิตตรงตามข้อกำหนดของโครงการและพร้อมสำหรับการติดตั้งใช้งานจริง
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ที่กำลังเตรียม TOR ใบสั่งผลิต หรือประเมินใบเสนอราคา โดยยกตัวอย่างข้อกำหนดจากเอกสารของหน่วยงานเพื่อให้เห็นว่าควรพิจารณาหัวข้อใดบ้าง
ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร (Traffic Signal Control Cabinet) เป็นตู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมเพื่อจัดการลำดับการทำงานของสัญญาณไฟตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยอุปกรณ์ภายในจะแตกต่างกันไปตามรู
ปแบบระบบควบคุมและข้อกำหนดของแต่ละโครงการ อุปกรณ์ที่อาจพบในตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ได้แก่
|
อุปกรณ์ |
หน้าที่หลัก |
|---|---|
|
Traffic Signal Controller |
ประมวลผลและกำหนดลำดับการทำงานของสัญญาณไฟ |
|
Conflict Monitor หรือ MMU |
ตรวจสอบสถานะสัญญาณที่อาจขัดแย้งกันตามเงื่อนไขความปลอดภัยของระบบ |
|
Load Switch |
ควบคุมการจ่ายไฟไปยังวงจรสัญญาณไฟตามการสั่งงานของ Controller |
|
Flasher |
ควบคุมการทำงานของสัญญาณไฟกระพริบในโหมดที่ระบบกำหนด |
|
Power Supply และอุปกรณ์ป้องกัน |
จ่ายไฟให้ระบบและป้องกันความเสียหายจากความผิดปกติทางไฟฟ้าตามการออกแบบ |
|
Detector Interface |
เชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับรถหรืออุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ หากโครงการกำหนดให้ใช้ |
รายการข้างต้นเป็นตัวอย่างอุปกรณ์ที่อาจใช้ในระบบ ไม่ได้หมายความว่าตู้ควบคุมทุกตู้ต้องมีอุปกรณ์ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างจึงควรตรวจสอบแบบระบบ รายการอุปกรณ์ และ TOR ก่อนกำหนดสเปกสำหรับการผลิต
ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ต้องกำหนดอะไรบ้าง?
การกำหนดสเปกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร คือการระบุรายละเอียดของตู้ อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบควบคุมที่ผู้ผลิตต้องดำเนินการ โดยควรพิจารณาจากแบบระบบและข้อกำหนดของโครงการ เพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างเหมาะสม รายละเอียดที่ควรพิจารณาแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
มาตรฐานและข้อกำหนดของโครงการ
ก่อนสั่งผลิตควรตรวจสอบ TOR หรือ Terms of Reference ซึ่งเป็นเอกสารกำหนดขอบเขตงานและคุณสมบัติที่โครงการต้องการ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐที่อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ วัสดุ การทดสอบ และเกณฑ์ตรวจรับอย่างชัดเจน ข้อมูลที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
-
มาตรฐานหรือข้อกำหนดทางเทคนิคที่โครงการระบุ
-
รูปแบบการควบคุมสัญญาณไฟ เช่น Fixed Time หรือ Adaptive
-
จำนวนทางแยกและจำนวนกลุ่มสัญญาณที่ต้องควบคุม
-
รายการอุปกรณ์และคุณสมบัติของ Controller
-
เงื่อนไขด้านความปลอดภัยและการตรวจจับความผิดปกติ
-
วิธีทดสอบและเกณฑ์ตรวจรับก่อนส่งมอบ
Fixed Time คือการควบคุมสัญญาณตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ส่วน Adaptive คือระบบที่ปรับจังหวะสัญญาณตามข้อมูลสภาพการจราจรที่ระบบได้รับ ความสามารถที่ต้องการควรระบุให้ชัด เพราะส่งผลต่อการเลือก Controller อุปกรณ์ตรวจจับ และการเชื่อมต่อระบบ
มาตรฐานต่างประเทศที่อาจพบในการกำหนดคุณสมบัติ ได้แก่
-
NEMA TS 2: เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณจราจร
-
EN 12675: เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเชิงหน้าที่ของ Traffic Signal Controller
-
IEC 61439: เกี่ยวข้องกับชุดประกอบสวิตช์เกียร์และชุดควบคุมแรงดันต่ำ
มาตรฐานเหล่านี้มีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน ไม่ควรสรุปว่าทุกโครงการในประเทศไทยต้องใช้ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างต้องยึด TOR แบบระบบ และข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหลัก
มาตรฐานเหล่านี้มีขอบเขตแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าทุกโครงการในประเทศไทยต้องใช้ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างควรยึด TOR แบบระบบ และข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหลัก

ตัวอย่างสเปกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร
ตัวอย่างเอกสารที่นำมาใช้ศึกษาได้ คือเอกสารคุณลักษณะตู้ควบคุมไฟสัญญาณจราจรของเทศบาลเมืองอุบลราชธานี ซึ่งระบุรายละเอียดของอุปกรณ์ควบคุมและการทำงานของระบบไว้หลายส่วน เช่น
-
การตั้งค่า Controller: ระบุความสามารถในการกำหนดว่าไฟแสดงสถานะแต่ละดวงควบคุมสัญญาณหรือเฟสใด รวมถึงการตั้งเวลาของระบบ
-
วงจรควบคุมหลอดไฟจราจร: กำหนดคุณสมบัติของบอร์ดที่ใช้เปิด–ปิดหลอดไฟ และความสามารถในการปรับการใช้งานระหว่างเฟส
-
ระบบจ่ายไฟ: ระบุคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟแบบ Switching และฟิวส์ป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร
-
การเชื่อมต่อระบบควบคุมส่วนกลาง: ระบุความสามารถในการรองรับการขยายระบบเพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมจราจรด้วยคอมพิวเตอร์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า การสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรควรระบุทั้งความสามารถของอุปกรณ์ การควบคุมสัญญาณ และระบบไฟฟ้าภายในตู้ ไม่ใช่กำหนดเพียงขนาดหรือวัสดุของตู้เท่านั้น
อ่านเอกสารต้นฉบับได้ที่ เอกสารคุณลักษณะตู้ควบคุมไฟสัญญาณจราจร — เทศบาลเมืองอุบลราชธานี (PDF)
Tips:
รายละเอียดข้างต้นเป็นตัวอย่างจากเอกสารของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ข้อกำหนดมาตรฐานที่ใช้กับทุกโครงการ ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบ TOR และคุณลักษณะเฉพาะของโครงการที่จะดำเนินการจริงก่อนนำไปใช้กำหนดสเปก
วัสดุตู้ ขนาด และระดับการป้องกัน
วัสดุและโครงสร้างของตู้ควรเหมาะกับสถานที่ติดตั้ง เช่น ตู้ที่อยู่ริมถนนหรือกลางแจ้งต้องคำนึงถึงฝน ฝุ่น ความชื้น แสงแดด และการกัดกร่อน รวมถึงความสะดวกในการเปิดตรวจสอบและบำรุงรักษา
รายละเอียดที่ควรระบุ ได้แก่
-
วัสดุและความหนา: เช่น เหล็กหรือวัสดุอื่นตามแบบและข้อกำหนดของโครงการ
-
การเคลือบผิวหรือป้องกันการกัดกร่อน: เลือกวิธีให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
-
ขนาดและพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์: เผื่อพื้นที่สำหรับเดินสาย ตรวจสอบ และบำรุงรักษา
-
ระดับ IP: ระบุระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ต้องการตามสภาพติดตั้ง
-
ฐานตู้และการยึดติดตั้ง: กำหนดรูปแบบฐาน จุดยึด และวิธีติดตั้งตามแบบ
-
ประตูและระบบล็อก: ระบุรูปแบบการเปิดตรวจสอบและการจำกัดการเข้าถึง
ระดับ IP ไม่ได้บอกความสามารถในการป้องกันสนิมหรือการระบายความร้อนโดยตรง จึงควรพิจารณาการป้องกันการกัดกร่อนและการจัดการอุณหภูมิแยกต่างหาก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ NEMA Rating vs IP Rating และ ตู้ไฟฟ้าเหล็ก เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
ระบบไฟเข้าและอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า
ระบบไฟเข้าควรกำหนดให้สอดคล้องกับแบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในตู้ โดยไม่ควรระบุเพียงแรงดันไฟฟ้า แต่ควรแจกแจงอุปกรณ์ป้องกันและการต่อสายที่จำเป็นด้วย
หัวข้อที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
-
แรงดันไฟเข้าและคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟ
-
เมนเบรกเกอร์และเบรกเกอร์วงจรย่อย
-
อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection Device: SPD) ตามการประเมินความเสี่ยงและข้อกำหนดโครงการ
-
ตัวกรองสัญญาณรบกวน หากระบบต้องการ
-
ระบบสายดินและการจัดระเบียบสายไฟภายในตู้
-
ฟิวส์หรืออุปกรณ์ป้องกันเฉพาะวงจรตามแบบระบบ
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันควรอิงการออกแบบและข้อกำหนดจริง ไม่ควรกำหนดว่าต้องใช้อุปกรณ์ทุกชนิดในทุกตู้โดยไม่พิจารณาระบบไฟฟ้า สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Surge Protection Device คืออะไร และ Earth Leakage vs Ground Fault Protection
ระบบระบายอากาศและการจัดการอุณหภูมิ
อุปกรณ์ควบคุมและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้มีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิในการทำงาน จึงควรพิจารณาความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตู้ร่วมกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะตู้ที่ติดตั้งกลางแจ้งหรือได้รับแสงแดดโดยตรง
ประเด็นที่ควรกำหนด ได้แก่
-
ต้องใช้พัดลมระบายอากาศ แผ่นกรอง หรือเทอร์โมสตัทหรือไม่
-
จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไม่
-
ตำแหน่งช่องระบายอากาศต้องช่วยลดโอกาสที่ฝุ่นและน้ำจะเข้าสู่ตู้
-
การจัดวางอุปกรณ์ต้องเหลือพื้นที่ให้ระบายความร้อนและบำรุงรักษาได้
-
ต้องตรวจสอบอุณหภูมิภายในตู้ภายใต้เงื่อนไขใดก่อนส่งมอบ
การเลือกวิธีระบายอากาศควรพิจารณาร่วมกับระดับ IP เพราะช่องระบายอากาศและแผ่นกรองอาจมีผลต่อการป้องกันฝุ่นและน้ำของตู้
อุปกรณ์ควบคุม ความปลอดภัย และระบบสำรองไฟ
นอกจากรุ่นของ Controller แล้ว ควรกำหนดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสัญญาณและการตรวจสอบความผิดปกติให้ตรงกับแบบระบบ เช่น Load Switch, Conflict Monitor หรือ MMU รวมถึง Detector Interface หากโครงการต้องใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับ
ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น
-
รุ่นและคุณสมบัติของ Controller
-
จำนวนช่องสัญญาณและจำนวนเฟสที่ต้องรองรับ
-
รุ่นและคุณสมบัติของ Conflict Monitor หรือ MMU
-
การตอบสนองของระบบเมื่อพบสัญญาณขัดแย้งหรืออุปกรณ์ผิดปกติ
-
รูปแบบการสื่อสารกับระบบควบคุมส่วนกลาง หากมี
-
ความสามารถในการเพิ่มอุปกรณ์หรือขยายระบบในอนาคต หากโครงการต้องการ
ระบบสำรองไฟ (UPS) ต้องกำหนดตามความต้องการของแต่ละโครงการ โดยระบุว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่ ต้องรองรับโหลดเท่าใด และต้องสำรองไฟได้นานแค่ไหน รวมถึงตำแหน่งติดตั้งแบตเตอรี่และวิธีแจ้งสถานะเมื่อระบบเปลี่ยนไปใช้ไฟสำรอง
ตัวอย่างข้อกำหนดจากต่างประเทศบางแห่งระบุระยะเวลาสำรองไฟขั้นต่ำ หรือกำหนดให้ติดตั้งแบตเตอรี่ในตู้แยกแทนการติดตั้งภายในตู้สัญญาณ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ใช้กับทุกโครงการ จึงต้องตรวจสอบ TOR ก่อนออกแบบ
คำถามที่ควรยืนยันกับเจ้าของโครงการ ได้แก่
-
ต้องมี UPS หรือไม่ และต้องสำรองไฟนานเท่าใดเมื่อใช้โหลดจริง
-
ต้องติดตั้งแบตเตอรี่ในตู้เดียวกันหรือในตู้แยก
-
ต้องมีไฟแสดงสถานะการใช้แบตเตอรี่หรือไม่
-
การสลับแหล่งจ่ายไฟต้องไม่ทำให้ Controller รีเซ็ตหรือไม่
-
ต้องมีการแจ้งเตือนความผิดปกติของระบบสำรองไฟอย่างไร
การทดสอบและเอกสารก่อนส่งมอบ
การตรวจรับตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรควรครอบคลุมทั้งโครงสร้างตู้ การเดินสาย และการทำงานของระบบ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก ควรกำหนดขอบเขตการทดสอบจากโรงงาน (Factory Acceptance Test: FAT) และการทดสอบหน้างานให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ดำเนินการและใช้เกณฑ์ใดตัดสินผล
รายการที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ตรวจสอบรายการอุปกรณ์และรุ่นให้ตรงกับเอกสารอนุมัติ
-
ตรวจสอบการเดินสาย จุดต่อ และการยึดอุปกรณ์
-
ตรวจสอบการต่อสายดินและการทดสอบทางไฟฟ้าตามข้อกำหนด
-
ทดสอบลำดับสัญญาณตามแผนเวลาและเฟสที่ออกแบบ
-
ทดสอบ Conflict Monitor หรือระบบตรวจจับความขัดแย้งตามขั้นตอนที่กำหนด
-
ทดสอบโหมดกะพริบและการกลับเข้าสู่การทำงานปกติ
-
ทดสอบไฟดับและไฟกลับ รวมถึง UPS หากมี
-
ตรวจสอบการทำงานของระบบระบายอากาศและอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ หากติดตั้ง
-
จัดทำรายงานผลทดสอบและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนส่งมอบ
ควรตกลงในสัญญาด้วยว่าใครรับผิดชอบการทดสอบระบบควบคุมและความปลอดภัยของสัญญาณ เพราะตู้หนึ่งชุดอาจประกอบด้วยอุปกรณ์จากผู้จัดหาหลายราย การแบ่งขอบเขตงานให้ชัดจะช่วยลดปัญหาเมื่อพบความผิดปกติระหว่างตรวจรับหรือหลังติดตั้ง
เอกสารที่ควรระบุในขอบเขตส่งมอบ ได้แก่ แบบวงจรและแบบเดินสายฉบับจริงหลังติดตั้ง (As-built Drawing) คู่มือการใช้งาน รายการอะไหล่ รายงานผลทดสอบ และกุญแจตู้ตามจำนวนที่ตกลงไว้

เช็กลิสต์สเปกก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร
ตารางนี้ใช้เป็นรายการตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับเตรียม TOR หรือเปรียบเทียบใบเสนอราคาจากผู้ผลิต ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนและให้ผู้เกี่ยวข้องยืนยันข้อมูลในแต่ละหมวดก่อนเริ่มผลิต
|
หมวด |
รายละเอียดที่ควรระบุ |
ผู้ที่ควรยืนยันข้อมูล |
|---|---|---|
|
มาตรฐานอ้างอิง |
ข้อกำหนดของโครงการ มาตรฐานและฉบับปีที่ใช้ |
เจ้าของโครงการหรือผู้ออกแบบ |
|
ตัวตู้ |
วัสดุ ความหนา การเคลือบผิว ระดับ IP ขนาด และฐานติดตั้ง |
เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้ |
|
ระบบระบายอากาศ |
พัดลม แผ่นกรอง เทอร์โมสตัท หรือฮีตเตอร์ หากจำเป็น |
ผู้ออกแบบและผู้ผลิตตู้ |
|
ระบบไฟเข้า |
แรงดันไฟ เมนเบรกเกอร์ เบรกเกอร์ย่อย SPD การต่อสายดิน และอุปกรณ์ป้องกันอื่น |
ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า |
|
ชุดควบคุม |
รุ่น Controller จำนวนช่องสัญญาณ ชนิดโคม อุปกรณ์ตรวจจับ และระบบสื่อสาร |
เจ้าของโครงการและผู้จัดหาอุปกรณ์ |
|
ความปลอดภัยของสัญญาณ |
รุ่น Conflict Monitor จำนวนช่อง และการตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ |
เจ้าของโครงการและผู้ออกแบบระบบ |
|
ระบบสำรองไฟ |
ต้องมีหรือไม่ ขนาดโหลด ระยะเวลาสำรอง และตำแหน่งแบตเตอรี่ |
เจ้าของโครงการและผู้ออกแบบ |
|
การทดสอบ |
รายการทดสอบ FAT และหน้างาน เกณฑ์ผ่าน และผู้เข้าร่วมตรวจรับ |
เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้ |
|
เอกสารส่งมอบ |
แบบ As-built คู่มือ รายการอะไหล่ รายงานทดสอบ และจำนวนกุญแจ |
เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้ |
การใช้เช็กลิสต์เดียวกันในการขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทจะช่วยให้เปรียบเทียบราคาและขอบเขตงานได้ตรงกัน ลดโอกาสที่ข้อเสนอแต่ละรายจะรวมอุปกรณ์หรือบริการไม่เหมือนกัน
สรุป
ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ควรเริ่มจากการตรวจสอบ TOR และแบบระบบ จากนั้นจึงกำหนดมาตรฐานอ้างอิง วัสดุและระดับ IP ระบบไฟเข้า อุปกรณ์ป้องกัน ชุดควบคุม ระบบระบายอากาศ การสำรองไฟ และวิธีทดสอบก่อนส่งมอบ
รายละเอียดที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าของโครงการและผู้ผลิตเข้าใจขอบเขตงานตรงกัน และช่วยให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ควรยืนยันข้อกำหนดเฉพาะกับเจ้าของโครงการทุกครั้ง โดยไม่ใช้ตัวอย่างจากโครงการอื่นแทน TOR ของงานจริง
FAQ
Q1: ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
A: ควรเตรียม TOR แบบระบบ จำนวนกลุ่มสัญญาณไฟ รูปแบบการควบคุม และข้อกำหนดอุปกรณ์ให้ครบถ้วน
Q2: ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรสามารถออกแบบตามโครงการได้หรือไม่?
A: สามารถกำหนดขนาดตู้ วัสดุ และอุปกรณ์ภายในตามความต้องการได้ โดยต้องสอดคล้องกับ TOR และการออกแบบระบบ
Q3: ควรเลือกวัสดุตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรจากอะไร?
A: พิจารณาสภาพแวดล้อมติดตั้ง เช่น ฝุ่น ความชื้น ฝน และความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน รวมถึงความแข็งแรงและการบำรุงรักษา
Q4: การขอใบเสนอราคาผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรต้องระบุอะไรบ้าง?
A: ควรระบุสเปกตู้ อุปกรณ์ภายใน ระบบป้องกันไฟฟ้า งานติดตั้ง การทดสอบ และเอกสารส่งมอบ เพื่อให้เปรียบเทียบราคาได้ตรงกัน
Q5: ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนรับมอบตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร?
A: ตรวจสอบอุปกรณ์และการเดินสายให้ตรงแบบ ทดสอบการทำงานตามข้อกำหนดโครงการ และขอเอกสารผลทดสอบก่อนรับมอบ
หากกำลังมองหาผู้ผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรสำหรับโครงการของคุณ SK Power Electric ให้บริการรับผลิตตู้ควบคุมไฟฟ้า โดยเน้นการออกแบบและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสเปกและข้อกำหนดของโครงการก่อนเริ่มผลิต
☎️ Tel: 093-596-4288
🟢 Line: sk_powerelectric
📬 Email: [email protected]
📘 Facebook: SK Power Electric