Surge Protection Device คืออะไร
Surge Protection Device (SPD) หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จากความเสียหายที่เกิดจากไฟกระโชกหรือแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินปกติในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือฟ้าผ่า อุปกรณ์เหล่านี้จำกัดแรงดันไฟฟ้าที่เกินมา และส่งมันไปยังสายดินแทนที่จะปล่อยให้มันไหลผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย
Surge Protection Device สำคัญอย่างไร
Surge Protection Device เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากไฟกระโชกที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ฟ้าผ่า หรือการทำงานที่ผิดปกติของระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายหรือทำให้อุปกรณ์เสียหายจากแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินไป ตัว SPD จะช่วยควบคุมแรงดันไฟฟ้าที่เกินมาและทำให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เหล่านั้น
Surge Protection Device มีประโยชน์ต่อระบบไฟฟ้าอย่างไร
- ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าจากความเสียหาย
SPD ช่วยป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าเกินไหลผ่านอุปกรณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์นั้นสั้นลง
- ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
ด้วยการป้องกันไฟกระโชก SPD ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย
ไฟกระโชกที่สูงเกินอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการลัดวงจรและอาจนำไปสู่การเกิดไฟไหม้ แต่ SPD จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์นี้

ประเภทของ Surge Protection Device
SPD สามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้:
1. อุปกรณ์ Surge Protection สำหรับสายจ่ายไฟ (Power Line Surge Protective Device)
- อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไฟกระโชกที่เกิดขึ้นในสายไฟฟ้าหลัก
- ติดตั้งระหว่างแหล่งจ่ายไฟกับอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อป้องกันแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกิน
- ตัวอย่าง: SPD สำหรับตู้ไฟฟ้า, ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก, เต้ารับที่มีระบบ Surge Protection, หรือ Whole House Surge Protector ที่ติดตั้งที่เมนไฟหลักของบ้าน
2. อุปกรณ์ Surge Protection สำหรับสายสัญญาณ (Data Line Surge Protective Device)
- ออกแบบมาเฉพาะสำหรับป้องกันสายสัญญาณข้อมูลจากไฟกระโชก
- เนื่องจากสายสัญญาณมักมีความไวต่อแรงดันไฟฟ้ามากกว่าสายไฟปกติ
- ตัวอย่าง: Surge Protector สำหรับสาย LAN, สาย Coaxial (ทีวี), สายโทรศัพท์, สาย USB หรือสาย HDMI รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกินสำหรับระบบกล้องวงจรปิด, ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ หรือระบบสื่อสารข้อมูล
ส่วนประกอบของอุปกรณ์ Surge Protection
1. อุปกรณ์กำจัดแรงดันเกิน (Voltage Limiting Device)
- ตรวจจับและกำจัดแรงดันไฟฟ้าเกิน
- ประเภท: MOV (Metal Oxide Varistor), GDT (Gas Discharge Tube), TVS (Transient Voltage Suppressor)
- แต่ละประเภทมีข้อดีต่างกัน เช่น ความเร็วในการตอบสนอง, ความสามารถในการรับกระแสไฟฟ้า, และอายุการใช้งาน
2. ตัวกรองสัญญาณรบกวน (EMI/RFI Filter)
- กรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง
- ช่วยให้กระแสไฟฟ้าที่ส่งไปยังอุปกรณ์มีความเสถียรและสะอาดมากขึ้น
- ประกอบด้วยตัวเหนี่ยวนำ (Inductor) และตัวเก็บประจุ (Capacitor) ที่ออกแบบให้กรองความถี่ที่ไม่ต้องการ
3. ตัวแสดงสถานะ (Status Indicator)
- แสดงสถานะการทำงานของอุปกรณ์ Surge Protection
- บอกให้ผู้ใช้งานทราบว่าอุปกรณ์ยังทำงานได้ตามปกติหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่
- มักเป็นไฟ LED หรือเสียงเตือน
- บางรุ่นมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์เสื่อมสภาพเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
4. ระบบต่อสายดิน (Grounding System)
- ทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าส่วนเกินลงสู่ดิน
- ต้องได้มาตรฐานและมีการติดตั้งที่ถูกต้องเพื่อให้ Surge Protection ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- หากระบบสายดินไม่ดีอาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานและอุปกรณ์ไฟฟ้า


ระดับมาตรฐานของ Surge Protection Device
SPD มีมาตรฐานในการรองรับกระแสฟ้าผ่าและไฟกระโชกที่แตกต่างกัน เช่น
- Class I: รองรับกระแสฟ้าผ่ารูปคลื่น 10/350 µs และ 8/20 µs
- Class II: รองรับกระแสฟ้าผ่ารูปคลื่น 8/20 µs
- Class III: รองรับกระแสและแรงดันฟ้าผ่ารูปคลื่น 8/20 µs และ 1.2/50 µs
การเลือกใช้อุปกรณ์ Surge Protection ควรคำนึงถึงมาตรฐานและประเภทที่เหมาะสมกับความต้องการของระบบไฟฟ้าที่ต้องการป้องกัน
หลักการทำงานของ Surge Protection Device
เมื่อเกิดไฟกระโชก SPD จะทำการตรวจจับแรงดันไฟฟ้าเกินและเปลี่ยนสถานะของตัวเองจากความต้านทานสูงไปยังความต้านทานต่ำ ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์สามารถเบี่ยงเบนกระแสไฟฟ้าเกินลงไปยังสายดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านหรือที่ทำงานได้รับการป้องกันจากไฟกระโชกและแรงดันไฟฟ้าที่เกินมาตรฐาน
สรุป
Surge Protection Device เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไฟกระโชกหรือแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินมาตรฐานจากการกระทบกระเทือนอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านหรือที่ทำงาน เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรและปลอดภัยจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือการสูญเสียอุปกรณ์ไฟฟ้า การเลือกประเภทและมาตรฐานของ SPD ที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยให้การป้องกันไฟกระโชกมีประสิทธิภาพสูงสุด
FAQ
Q: ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ Surge Protection Device เมื่อไหร่?
A: ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ SPD ทุก ๆ 3-5 ปี
Q: อุปกรณ์ไฟฟ้าใดที่ควรใช้ Surge Protection Device?
A: SPD ควรใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความไวสูงหรือมีมูลค่าสูง เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบกล้องวงจรปิด
Q: การเลือก Surge Protection Device ควรพิจารณาจากอะไร?
A: ควรพิจารณาจากประเภทของอุปกรณ์ที่จะป้องกัน ค่าจูล (Joule Rating) และมาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น UL หรือ CE
Q: มาตรฐานของ Surge Protection Device แบ่งเป็นอะไรบ้าง?
A: SPD แบ่งเป็น 3 Class ตามความสามารถในการรองรับไฟกระโชก คือ Class I, II, และ III
Q: Surge Protection Device ทำงานอย่างไร?
A: SPD ตรวจจับแรงดันไฟฟ้าที่เกินมาตรฐานและเบี่ยงเบนกระแสไฟฟ้าส่วนเกินลงไปยังสายดินเพื่อป้องกันไม่ให้มันทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้า
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาการป้องกันไฟกระโชกสำหรับบ้านหรือธุรกิจของคุณ การเลือกใช้ Surge Protection Device เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคารและผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ปรึกษาหรือสอบถามกับ SK ได้เลย
สามารถดูข้อมูลสินค้าของเราได้ที่ >> SK Power Electric
☎️ Tel: 093-596-4288
🟢 Line: sk_powerelectric
📬 Email: [email protected]
📘 Facebook: SK Power Electric