ตู้ mdb กับ db ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบข้อแตกต่าง รู้ไว้ก่อนใช้งาน

27 February 2026

ตู้ MDB กับ DB ต่างกันอย่างไร

ตู้ MDB กับ DB ต่างกันอย่างไร ในระบบไฟฟ้า การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารต้องมีการใช้ตู้ไฟฟ้าเพื่อการกระจายพลังงานและการควบคุมไฟฟ้า ซึ่งสองอุปกรณ์หลักที่สำคัญในระบบไฟฟ้าคือ ตู้ MDB (Main Distribution Board) และ ตู้ DB (Distribution Board) แม้ว่าทั้งสองจะมีหน้าที่คล้ายกันในการควบคุมและกระจายพลังงานไฟฟ้า แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญในบทบาทและการใช้งานภายในอาคารหรือโรงงาน

ตู้ MDB คืออะไร

ตู้ MDB (Main Distribution Board) คือ ตู้เมนจ่ายไฟหลัก ที่ทำหน้าที่รับกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายหลัก เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า แล้วกระจายไฟฟ้าไปยังวงจรย่อยหรือ ตู้ DB ภายในอาคารหรือโรงงาน โดยทั่วไปแล้ว ตู้ MDB จะมีการติดตั้ง เบรกเกอร์หลัก (Main Circuit Breaker) เพื่อป้องกันการลัดวงจรและไฟฟ้าเกินในระบบหลัก

ตู้ DB คืออะไร

ตู้ DB (Distribution Board) คือ ตู้กระจายพลังงานไฟฟ้าย่อย ที่ใช้ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าในวงจรย่อยต่าง ๆ ภายในอาคารหรือโรงงาน เช่น ห้องประชุม ห้องพักอาศัย หรือเครื่องจักรต่าง ๆ โดยในตู้ DB จะติดตั้ง เบรกเกอร์ย่อย (Miniature Circuit Breaker – MCB) ที่ทำหน้าที่ตัดไฟในกรณีเกิดปัญหาเฉพาะในวงจรย่อย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือโหลดเกิน

ตู้ MDB กับ DB ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบชัด ๆ

1. ตำแหน่งการใช้งาน:

  • MDB: ใช้ในจุดรับไฟฟ้าหลัก เช่น ห้องเมนไฟ หรือจุดที่ไฟฟ้าถูกจ่ายจากแหล่งหลัก
  • DB: ใช้ในระดับย่อย โดยรับไฟจาก MDB ไปกระจายไฟให้กับวงจรย่อยในแต่ละพื้นที่

2. หน้าที่หลัก:

  • MDB: กระจายไฟฟ้าหลักจากแหล่งจ่ายไปยังตู้ DB และการป้องกันระบบไฟฟ้าหลักจากไฟฟ้าลัดวงจรและการเกินกระแส
  • DB: ควบคุมและป้องกันไฟฟ้าในวงจรย่อยแต่ละส่วน

3. อุปกรณ์ภายใน:

  • MDB: ประกอบด้วย Main Circuit Breaker, Busbar, Power Meter และอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ
  • DB: ประกอบด้วย Miniature Circuit Breaker (MCB) สำหรับตัดวงจรย่อยในกรณีไฟฟ้าผิดปกติ

4. การติดตั้ง:

  • MDB: ติดตั้งที่จุดรับไฟฟ้าหลักของอาคาร เช่น ชั้นล่างหรือใกล้กับหม้อแปลง
  • DB: ติดตั้งในแต่ละชั้นหรือพื้นที่ของอาคาร เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังในการใช้งานของ ตู้ MDB กับ DB

1. การติดตั้งในพื้นที่ที่เหมาะสม:

ควรเลือกติดตั้งตู้ MDB และ DB ในพื้นที่ที่แห้งและระบายอากาศได้ดี เช่น ห้องที่ไม่ชื้นหรือใกล้แหล่งน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายจากความชื้น

2. การเลือกวัสดุตู้:

ทั้งตู้ MDB และ DB ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและมีฉนวนป้องกันไฟฟ้ารั่ว เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

3. การตรวจสอบและบำรุงรักษา:

ควรมีการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจวัดกระแสไฟฟ้าในมิเตอร์ เพื่อความมั่นใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้ดี และตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอย่างต่อเนื่อง

บำรุงรักษา ตู้ MDB และ ตู้ DB

การดูแลตู้ MDB กับ DB ต่างกันอย่างไร

ตู้ MDB:

  • ควรตรวจสอบการทำงานของ Main Circuit Breaker และ Busbar อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการลัดวงจรหรือกระแสเกินในระบบไฟฟ้าหลัก
  • ควรมีการตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ เช่น เบรกเกอร์เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือการเกินกระแส

ตู้ DB:

  • ควรตรวจสอบการทำงานของ Miniature Circuit Breaker (MCB) ที่ใช้ในการตัดไฟในวงจรย่อย เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเกิดปัญหาเช่นไฟฟ้าลัดวงจร ระบบจะตัดการจ่ายไฟได้ทันที
  • ควรตรวจสอบสภาพสายไฟและการเชื่อมต่อภายในตู้ให้ถูกต้องและไม่เกิดการหลวมของขั้วต่อ

การเลือกตู้ MDB หรือ DB ตามประเภทอาคาร

1. อาคารสำนักงานขนาดกลางถึงใหญ่

ควรใช้ ตู้ MDB เพื่อรับไฟฟ้าหลักจากแหล่งพลังงานหลัก เช่น หม้อแปลง แล้วกระจายไฟไปยัง ตู้ DB ที่อยู่ในแต่ละชั้นหรือโซนของอาคาร เช่น ชั้นสำนักงานหรือห้องประชุม เพื่อให้การควบคุมและป้องกันไฟฟ้าเป็นระบบ

2. โรงงานอุตสาหกรรม

ใช้ ตู้ MDB หลายชุดในแต่ละโซน เช่น โซนการผลิตและโซนสำนักงาน โดยกระจายไฟไปยัง ตู้ DB ที่ควบคุมวงจรย่อยต่าง ๆ เช่น เครื่องจักร, ระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อให้สามารถจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

3. อาคารที่พักอาศัย

สำหรับบ้านหรืออาคารขนาดเล็ก ควรใช้ ตู้ DB ที่รับไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายหลักแล้วกระจายไปยังวงจรต่าง ๆ เช่น ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง, ปลั๊กไฟ, และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยสามารถควบคุมและตัดไฟในกรณีเกิดปัญหาที่วงจรเฉพาะจุด

สรุป

ตู้ MDB และ DB ต่างทำหน้าที่ที่สำคัญในระบบไฟฟ้าอาคาร โดยตู้ MDB จะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟหลักจากแหล่งพลังงานหลักไปยังระบบไฟฟ้าในอาคาร ขณะที่ตู้ DB ทำหน้าที่กระจายไฟไปยังวงจรย่อยในแต่ละพื้นที่หรือห้องต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ด้วยความสามารถในการป้องกันระบบไฟฟ้า การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและการติดตั้งที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

FAQ

Q: ตู้ MDB และ DB แตกต่างกันอย่างไร?

A: ตู้ MDB คือแหล่งจ่ายไฟหลักที่รับไฟจากแหล่งพลังงานหลัก และกระจายไฟไปยังตู้ DB ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟในวงจรย่อย

Q: ตู้ MDB มีความสำคัญอย่างไรในระบบไฟฟ้า?

A: ตู้ MDB มีหน้าที่ควบคุมและกระจายไฟฟ้าหลักไปยังระบบไฟฟ้าในอาคาร เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการลัดวงจร

Q: ตู้ DB คืออะไร และมีบทบาทอย่างไร?

A: ตู้ DB ทำหน้าที่กระจายพลังงานไฟฟ้าไปยังวงจรย่อยต่าง ๆ ในอาคาร พร้อมทั้งป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือโหลดเกิน

Q: การบำรุงรักษาตู้ MDB และ DB ควรทำอย่างไร?

A: ควรตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ในตู้ MDB และ DB อย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจสอบเบรกเกอร์และมิเตอร์วัดกระแสไฟ

Q: ตู้ MDB กับ DB ควรติดตั้งที่ไหน?

A: ควรติดตั้งตู้ MDB ในบริเวณที่ใกล้แหล่งจ่ายไฟหลัก ส่วนตู้ DB ควรติดตั้งในแต่ละชั้นหรือพื้นที่เพื่อการควบคุมไฟฟ้าที่ดี


หากต้องการเลือกตู้ MDB หรือ DB ให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าของคุณ SK Power Electric ให้บริการออกแบบและผลิต ตู้ MDB และตู้ DB ตามลักษณะโหลดและการใช้งานของแต่ละโครงการ พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมวิศวกร เพื่อให้ได้ตู้ไฟฟ้าที่เหมาะสม ปลอดภัย และพร้อมใช้งาน

ปรึกษาสเปกตู้ไฟฟ้าหรือขอใบเสนอราคา ติดต่อ SK Power Electric ได้เลย


☎️ Tel: 093-596-4288

🟢 Line: sk_powerelectric

📬 Email: [email protected]

📘 Facebook: SK Power Electric

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

Solar Hybrid คือระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่รวมการทำงานของระบบ On-Grid และ Off-Grid เข้าด้วยกัน โดยใช้ Hybrid Inverter จัดการพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ และไฟฟ้าจากการไฟฟ้า
มาตรฐาน IP55 คือระดับการป้องกันตู้ไฟฟ้าตาม IEC 60529 โดยเลข 5 แรกหมายถึงป้องกันฝุ่น และเลข 5 หลังหมายถึงป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ
ตู้ Zero Export คือระบบควบคุมการส่งไฟจากโซล่าเซลล์กลับเข้าสู่กริด โดยตรวจวัดการใช้ไฟและปรับกำลังผลิตของอินเวอร์เตอร์ให้เหมาะกับโหลดภายใน
Combiner Box โซล่าเซลล์ เป็นตู้สำหรับรวมวงจรจากแผงโซล่าเซลล์หลาย String ก่อนส่งต่อไปยังอินเวอร์เตอร์ โดยภายในอาจมี Fuse, DC Isolator และ SPD ตามการออกแบบของระบบ
Type Test คือทดสอบต้นแบบตาม IEC 61439 ส่วน Routine Test คือทดสอบทุกตู้ก่อนส่งมอบ รู้ความต่างก่อนซื้อตู้ไฟฟ้า ป้องกันปัญหาในระบบจริง
Lockout Tagout คือระบบควบคุมพลังงานอันตราย โดยล็อกแหล่งพลังงานและติดป้ายเตือน เพื่อป้องกันการเดินเครื่องจักรหรือจ่ายพลังงานระหว่างซ่อมบำรุงอย่างไม่ตั้งใจ