Form Separation คือการแบ่งส่วนภายในตู้ MDB ตามมาตรฐาน IEC 61439-2 เพื่อแยก Busbar, Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอก ตั้งแต่ Form 1 ถึง Form 4b ซึ่งมีระดับการแบ่งแยกแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากการบำรุงรักษา ความต่อเนื่องในการจ่ายไฟ พื้นที่ติดตั้ง และงบประมาณ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานจริง
บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละ Form แยกอะไรออกจากอะไร วิธีเลือกให้ตรงกับงาน ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย วิธีเขียนลงสเปกหรือใบสั่งผลิต และจุดที่ควรตรวจตอนรับตู้ สำหรับพื้นฐานของมาตรฐานตู้ไฟฟ้า อ่านเพิ่มที่ มาตรฐานตู้ไฟฟ้า IEC กับ มอก.
Form 1 ถึง Form 4b ต่างกันตรงไหน?
ความแตกต่างของ Form Separation อยู่ที่การแบ่งแยกส่วนประกอบภายในตู้ ได้แก่ Busbar, Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอก (Terminals) โดย IEC 61439-2:2020 ระบุรูปแบบการแบ่งส่วนภายในไว้ในข้อ 8.101 และตารางที่ 104
|
Form |
การแยก Busbar ออกจาก Functional Unit |
การแยก Functional Unit ออกจากกัน |
การจัดวางขั้วต่อสายภายนอก |
|---|---|---|---|
|
Form 1 |
ไม่แยก |
ไม่แยก |
ไม่มีการแบ่งแยกตามรูปแบบ Form |
|
Form 2a |
แยก |
ไม่แยก |
ขั้วต่อไม่แยกจาก Busbar |
|
Form 2b |
แยก |
ไม่แยก |
ขั้วต่อแยกจาก Busbar |
|
Form 3a |
แยก |
แยก |
ขั้วต่อแยกจาก Functional Unit แต่ไม่แยกจาก Busbar |
|
Form 3b |
แยก |
แยก |
ขั้วต่อแยกจาก Functional Unit และ Busbar แต่ขั้วต่อของแต่ละวงจรไม่จำเป็นต้องแยกจากกัน |
|
Form 4a |
แยก |
แยก |
ขั้วต่อของแต่ละ Functional Unit อยู่ในช่องเดียวกับ Functional Unit นั้น |
|
Form 4b |
แยก |
แยก |
ขั้วต่อของแต่ละ Functional Unit อยู่ในช่องหรือพื้นที่ปิดแยกจาก Functional Unit นั้น |
ตารางนี้เป็นการสรุปหลักการแบ่งส่วน เพื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวม การออกแบบจริงต้องพิจารณารายละเอียดของฉากกั้น ช่องขั้วต่อ และการจัดวางส่วนประกอบตามนิยามของมาตรฐานฉบับที่โครงการอ้างอิง
จุดสำคัญ:
Form Separation ไม่ใช่ระดับการป้องกันอาร์กภายในตู้ และไม่ได้รับประกันว่าสามารถบำรุงรักษาขณะมีไฟได้อย่างปลอดภัยโดยอัตโนมัติ การเข้าทำงานต้องพิจารณาการแยกแหล่งจ่ายไฟ ขั้นตอนความปลอดภัย และข้อกำหนดของหน้างานร่วมด้วย

เลือก Form Separation อย่างไรให้ตรงกับงาน?
การเลือก Form ควรเริ่มจากการประเมินลักษณะการใช้งานจริง โดยเฉพาะความจำเป็นในการบำรุงรักษาแต่ละวงจร ผลกระทบหากต้องหยุดจ่ายไฟ และความสะดวกในการเข้าถึงขั้วต่อสาย ตารางต่อไปนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับใช้ประกอบการพิจารณา
|
สถานการณ์หน้างาน |
Form ที่อาจพิจารณา |
เหตุผล |
|---|---|---|
|
ตู้ย่อยหรือตู้ที่สามารถหยุดจ่ายไฟทั้งตู้เพื่อบำรุงรักษาได้ |
Form 1 หรือ Form 2 |
อาจไม่จำเป็นต้องแบ่งส่วนภายในอย่างละเอียด ช่วยควบคุมขนาดและต้นทุน |
|
ต้องการแยก Busbar ออกจากส่วนของวงจรจ่ายไฟ |
Form 2a หรือ 2b |
ช่วยแบ่งส่วนระหว่าง Busbar กับ Functional Unit โดยพิจารณาการจัดวางขั้วต่อร่วมด้วย |
|
ต้องการแยก Functional Unit แต่ละวงจรออกจากกัน |
Form 3a หรือ 3b |
มีการแบ่งส่วนระหว่าง Functional Unit เพื่อจำกัดการเข้าถึงระหว่างช่องตามรูปแบบที่กำหนด |
|
ต้องการแยกขั้วต่อสายภายนอกจาก Busbar และ Functional Unit |
Form 3b ขึ้นไป |
ช่วยจัดพื้นที่ต่อสายให้แยกจากส่วนประกอบอื่นตามระดับการแบ่งส่วน |
|
ต้องการให้ขั้วต่อของแต่ละวงจรมีพื้นที่แบ่งแยกชัดเจน |
Form 4a หรือ 4b |
แบ่งพื้นที่ขั้วต่อของแต่ละ Functional Unit โดย Form 4a และ 4b แตกต่างกันที่การจัดวางช่องขั้วต่อ |
|
โรงงานหรืออาคารที่การหยุดจ่ายไฟส่งผลกระทบสูง |
ประเมิน Form 3b ถึง 4b หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสม |
ควรพิจารณาความสะดวกในการบำรุงรักษาและความเสี่ยงของระบบโดยรวม |
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าสถานที่ประเภทใดต้องใช้ Form ใดเป็นข้อบังคับเสมอไป ผู้ออกแบบและผู้ใช้งานควรประเมินลักษณะโหลด รูปแบบระบบไฟฟ้า วิธีปฏิบัติงาน และข้อกำหนดของโครงการก่อนตัดสินใจ
5 คำถามที่ควรตอบก่อนเลือก Form
ก่อนขอใบเสนอราคาจากผู้ผลิต ควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบรูปแบบตู้และต้นทุนได้อย่างเหมาะสม
-
ต้องการบำรุงรักษาแต่ละวงจรอย่างไร? พิจารณาว่าจำเป็นต้องแยกพื้นที่ของแต่ละวงจรหรือไม่ และสามารถหยุดจ่ายไฟได้มากน้อยเพียงใด
-
ต้องต่อสายหรือแก้ไขสายภายนอกบ่อยหรือไม่? หากมีการบำรุงรักษาขั้วต่อเป็นประจำ ควรพิจารณารูปแบบการแบ่งพื้นที่ขั้วต่อให้เหมาะสม
-
หากระบบหยุดจ่ายไฟ จะเกิดผลกระทบเท่าไร? โรงงานที่ต้องรักษาความต่อเนื่องของการผลิตอาจต้องพิจารณาการแบ่งส่วนและการจัดระบบสำรองร่วมด้วย
-
ห้องไฟฟ้ามีพื้นที่เพียงพอหรือไม่? Form ที่แบ่งส่วนละเอียดขึ้นอาจทำให้ขนาดตู้เพิ่มขึ้น จึงควรตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งและระยะทำงานก่อน
-
งบประมาณและกำหนดส่งมอบเป็นอย่างไร? ขอให้ผู้ผลิตเปรียบเทียบราคาและแบบของ Form ที่สนใจ โดยใช้รายการวงจรและพิกัดทางไฟฟ้าชุดเดียวกัน
ข้อควรระวัง:
การแบ่งส่วนภายในตู้ ช่วยจำกัดการเข้าถึงส่วนประกอบตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ แต่ไม่ได้ทำให้การทำงานขณะมีไฟปลอดภัย ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยและข้อกำหนดของหน่วยงานเสมอ หากต้องการทำความเข้าใจความเสี่ยงจากอาร์กไฟฟ้า อ่านเพิ่มเติมที่ Arc Flash คืออะไร
ความเข้าใจผิดเรื่อง Form Separation ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
การเลือก Form Separation ให้เหมาะสมต้องเข้าใจขอบเขตของมาตรฐาน ไม่ควรใช้ Form เป็นตัวตัดสินใจคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทั้งหมด เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาแยกกัน
1. Form ไม่ใช่ค่า IP ของตู้
ค่า IP ใช้ระบุระดับการป้องกันการเข้าถึงส่วนอันตราย รวมถึงการเข้าไปของฝุ่นและน้ำตามระดับที่กำหนด ส่วน Form Separation ใช้อธิบายการแบ่งส่วนภายในตู้
ดังนั้น ตู้ที่มีค่า IP สูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Form สูงตามไปด้วย และตู้ Form 4b ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีค่า IP สูงโดยอัตโนมัติ ต้องกำหนดทั้งสองคุณสมบัติให้ตรงกับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดของโครงการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ NEMA Rating กับ IP Rating ต่างกันอย่างไร
2. Form สูงไม่ได้หมายความว่าตู้ทนต่ออาร์กภายในได้เลย
ฉากกั้นและช่องแบ่งช่วยจัดแยกส่วนประกอบภายในตามรูปแบบที่กำหนด แต่ IEC 61439-2 ระบุชัดว่าการแบ่งส่วนภายในไม่ได้มีจุดประสงค์ เพื่อรับประกันความสมบูรณ์ของตู้เมื่อเกิดความผิดปกติแบบอาร์กภายใน
หากโครงการต้องการคุณสมบัติการทนต่ออาร์กภายใน ควรกำหนดเป็นข้อกำหนดแยกต่างหาก และขอหลักฐานการทดสอบที่เกี่ยวข้องจากผู้ผลิต
3. Form ไม่ได้ทดแทนการตรวจสอบพิกัดทางไฟฟ้า
แม้จะเลือก Form ที่แบ่งส่วนละเอียดแล้ว ตู้ยังต้องผ่านการตรวจสอบด้านการออกแบบและการทดสอบที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐาน เช่น พิกัดกระแส ความทนต่อการลัดวงจร และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ
การเพิ่มฉากกั้นอาจส่งผลต่อการระบายความร้อนและโครงสร้างภายใน จึงควรให้ผู้ผลิตตรวจสอบว่าการออกแบบรองรับพิกัดที่ระบุไว้ได้จริง
อ่านเพิ่มเติมที่ Type Test vs Routine Test ตู้ไฟฟ้า
4. การเปลี่ยน Form ภายหลังอาจต้องออกแบบและตรวจสอบใหม่
การเปลี่ยนจาก Form ต่ำเป็น Form สูงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มแผ่นกั้นเข้าไปในตู้เพียงอย่างเดียว เพราะอาจกระทบต่อการจัดวางอุปกรณ์ ช่องเดินสาย การระบายความร้อน และคุณสมบัติของชุดประกอบ
หากคาดว่าจะมีการขยายระบบในอนาคต ควรแจ้งผู้ผลิตตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมและลดค่าใช้จ่ายจากการแก้ไขภายหลัง

Form ที่สูงขึ้นมีผลต่อขนาดตู้และต้นทุนอย่างไร?
การแบ่งส่วนภายในตู้ละเอียดขึ้นอาจต้องใช้ฉากกั้น ช่องขั้วต่อ และพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อขนาดตู้ เวลาในการประกอบ และต้นทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่มีอัตราตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนวงจร ขนาดสาย ขนาดอุปกรณ์ และการออกแบบของผู้ผลิต
วิธีประเมินต้นทุนที่เหมาะสม คือขอใบเสนอราคาเปรียบเทียบ Form อย่างน้อย 2 รูปแบบ โดยใช้พิกัดทางไฟฟ้าและรายการวงจรเดียวกัน แล้วตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้
-
ขนาดตู้และพื้นที่ที่ต้องใช้ติดตั้ง
-
พื้นที่สำหรับเดินสายและต่อสายภายนอก
-
ความสะดวกในการตรวจสอบและบำรุงรักษา
-
ความสามารถในการรองรับวงจรสำรองหรือการขยายในอนาคต
-
ราคาและระยะเวลาผลิตของแต่ละรูปแบบ
การเปรียบเทียบด้วยข้อมูลชุดเดียวกันช่วยให้เห็นความแตกต่างด้านต้นทุนได้ชัดเจน และช่วยหลีกเลี่ยงการเลือก Form สูงเกินความจำเป็น
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยด้านราคาและขนาดได้ที่ ราคาตู้ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับอะไร และ ขนาดตู้ไฟฟ้า เลือกอย่างไรให้พอดีกับงาน
เขียน Form Separation ลงสเปกหรือ TOR อย่างไร?
การกำหนด Form Separation ในสเปกหรือ TOR ควรระบุชื่อ Form ให้ชัดเจน พร้อมมาตรฐานและฉบับปีที่โครงการใช้อ้างอิง เพื่อให้ผู้ผลิตเข้าใจข้อกำหนดตรงกันและสามารถเสนอราคาได้อย่างเหมาะสม
IEC 61439-2 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการแบ่งส่วนภายใน และมีรายการข้อมูลที่ผู้ใช้กับผู้ผลิตควรตกลงกันไว้ใน Annex AA ของมาตรฐานฉบับปี 2020
ตัวอย่างข้อความในสเปก:
ตู้ MDB ต้องออกแบบและตรวจสอบตาม IEC 61439-1 และ IEC 61439-2 ฉบับปี 2020 โดยกำหนดรูปแบบการแบ่งส่วนภายในเป็น Form 3b ผู้ผลิตต้องจัดส่งแบบแสดงตำแหน่งฉากกั้น การจัดวาง Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอก พร้อมเอกสารการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของโครงการ
นอกจากระบุ Form แล้ว ควรให้รายละเอียดประกอบดังนี้
-
ระบุ Form ให้ชัดเจน: เช่น Form 3b หรือ Form 4b ไม่ใช้เพียงคำว่า “แยกช่อง”
-
ระบุพิกัดทางไฟฟ้า: เช่น กระแสพิกัด พิกัดความทนต่อการลัดวงจร และระดับ IP ตามข้อกำหนดของงาน
-
ระบุทิศทางสายเข้าและสายออก: เช่น สายเข้าด้านบนหรือด้านล่าง รวมถึงพื้นที่ที่ต้องใช้ต่อสาย
-
ระบุความต้องการในอนาคต: เช่น จำนวนช่องสำรองหรือพื้นที่สำหรับติดตั้งวงจรเพิ่มเติม
-
ขอเอกสารการตรวจสอบ: ให้ผู้ผลิตจัดส่งหลักฐานการตรวจสอบการออกแบบและรายงาน Routine Verification ของตู้ที่ส่งมอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้การเสนอราคา การผลิต และการตรวจรับตู้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้
ตรวจรับ Form Separation หน้างานต้องดูอะไร?
ก่อนติดตั้งหรือจ่ายไฟ ควรตรวจสอบว่ารูปแบบการแบ่งส่วนภายในตู้ตรงกับแบบและข้อกำหนดที่ระบุในสัญญาหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเอกสารประกอบจากผู้ผลิตให้ครบถ้วน รายการตรวจสอบเบื้องต้น ได้แก่
-
ตรวจสอบแบบและโครงสร้างภายใน: เปรียบเทียบตำแหน่ง Busbar, Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอกกับแบบที่อนุมัติ
-
ตรวจสอบฉากกั้นและช่องแบ่ง: ดูความครบถ้วน ความมั่นคง และการจัดวางตาม Form ที่ระบุ
-
ตรวจสอบการป้องกันส่วนที่ยังมีไฟ: สำหรับ Form ที่สูงกว่า 1 ให้ตรวจสอบข้อกำหนดเรื่องการป้องกันส่วนที่ยังมีไฟเมื่อปิด Functional Unit ตาม IEC 61439-2:2020 ข้อ 8.101
-
ตรวจสอบพื้นที่ต่อสาย: ขั้วต่อสายภายนอกต้องอยู่ในตำแหน่งตามแบบและมีพื้นที่เหมาะสมกับการติดตั้งสาย
-
ตรวจสอบป้ายและเอกสาร: Form และมาตรฐานอ้างอิงต้องตรงกับข้อกำหนดที่สั่งผลิต
-
ตรวจสอบเอกสารการทดสอบ: ขอรายงาน Routine Verification และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการออกแบบตามขอบเขตที่กำหนด
การตรวจสอบควรดำเนินการโดยผู้มีความรู้และปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย ไม่ควรเปิดช่องหรือเข้าถึงส่วนที่มีไฟโดยไม่มีมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ มาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้า IEC 61439 เช็กลิสต์ตรวจรับงาน
สรุป
Form Separation ตู้ MDB คือการแบ่งส่วนภายในตู้ไฟฟ้าตามมาตรฐาน IEC 61439-2 เพื่อแยก Busbar, Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอก โดย Form 1, 2a, 2b, 3a, 3b, 4a และ 4b มีระดับการแบ่งแยกแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่มีการแบ่งส่วน ไปจนถึงการแยก Functional Unit และพื้นที่ขั้วต่อสายอย่างละเอียด
การเลือก Form Separation ควรพิจารณาจากความต้องการในการบำรุงรักษา ความต่อเนื่องในการจ่ายไฟ พื้นที่ติดตั้ง และงบประมาณ โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้
-
Form 1–2: เหมาะสำหรับงานที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยก Functional Unit แต่ละวงจรอย่างละเอียด
-
Form 3a–3b: เหมาะกับงานที่ต้องการแบ่งแยก Functional Unit โดย Form 3b ยังแยกขั้วต่อสายออกจาก Busbar ด้วย
-
Form 4a–4b: เหมาะกับงานที่ต้องการแบ่งแยกขั้วต่อของแต่ละ Functional Unit อย่างละเอียด โดยต่างกันที่การจัดวางช่องขั้วต่อ
ทั้งนี้ Form Separation ที่สูงขึ้นไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถบำรุงรักษาขณะมีไฟได้อย่างปลอดภัย หรือทนต่ออาร์กไฟฟ้าภายในโดยอัตโนมัติ จึงควรกำหนดสเปกให้ตรงกับการใช้งานจริง และตรวจสอบแบบกับเอกสารประกอบก่อนรับมอบตู้ MDB
FAQ
Q1: Form Separation Form 1–4 แตกต่างกันอย่างไร?
A: แตกต่างกันที่ระดับการแบ่งแยกภายในตู้ โดย Form 1 ไม่มีการแบ่งแยก ส่วน Form 2 แยก Busbar, Form 3 เพิ่มการแยก Functional Unit และ Form 4 แยกพื้นที่ขั้วต่อสายอย่างละเอียดขึ้น
Q2: Form Separation ช่วยให้บำรุงรักษาขณะมีไฟได้หรือไม่?
A: ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยในการทำงานขณะมีไฟ ต้องพิจารณาการออกแบบ อุปกรณ์ป้องกัน และขั้นตอนความปลอดภัยร่วมด้วย
Q3: Form Separation เหมือนกับ IP Rating หรือไม่?
A: ไม่เหมือนกัน Form Separation เน้นการแบ่งแยกส่วนประกอบภายในตู้ ส่วน IP Rating ระบุระดับการป้องกันการเข้าถึงส่วนอันตรายและการแทรกซึมของฝุ่นหรือน้ำ
Q4: Form Separation ป้องกัน Arc Flash ได้หรือไม่?
A: ไม่ หากต้องการคุณสมบัติทนต่ออาร์กไฟฟ้าภายใน ต้องตรวจสอบการออกแบบและมาตรฐานการทดสอบที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
Q5: Form Separation มีผลต่อราคาตู้ MDB หรือไม่?
A: มีผล โดย Form ที่ต้องการการแบ่งแยกมากขึ้นอาจต้องใช้อุปกรณ์กั้นและพื้นที่ภายในเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นได้
หากกำลังมองหาผู้ผลิตตู้ MDB ที่ได้มาตรฐานและตอบโจทย์การใช้งานของโครงการ SK Power Electric พร้อมให้บริการออกแบบและผลิตตู้ไฟฟ้า ตามความต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงมาตรฐาน IEC 61439-2 การเลือก Form Separation และความเหมาะสมของระบบไฟฟ้าแต่ละประเภท เพื่อให้ได้ตู้ไฟฟ้าที่ตรงตามข้อกำหนดของโครงการ ดูบริการ รับผลิตตู้สวิทช์บอร์ด
☎️ Tel: 093-596-4288
🟢 Line: sk_powerelectric
📬 Email: [email protected]
📘 Facebook: SK Power Electric