ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ต้องระบุสเปกอะไรบ้างก่อนสั่งผลิต?

27 October 2026 · อัปเดตล่าสุด: 27 October 2026

ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ก่อนสั่งผลิตควรระบุสเปกให้ชัดเจน ทั้งมาตรฐานอ้างอิง วัสดุและระดับการป้องกันของตู้ ระบบไฟเข้า อุปกรณ์ควบคุมสัญญาณ ระบบสำรองไฟ และการทดสอบก่อนส่งมอบ เพื่อให้ตู้ที่ผลิตตรงตามข้อกำหนดของโครงการและพร้อมสำหรับการติดตั้งใช้งานจริง

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ที่กำลังเตรียม TOR ใบสั่งผลิต หรือประเมินใบเสนอราคา โดยยกตัวอย่างข้อกำหนดจากเอกสารของหน่วยงานเพื่อให้เห็นว่าควรพิจารณาหัวข้อใดบ้าง

ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร (Traffic Signal Control Cabinet) เป็นตู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมเพื่อจัดการลำดับการทำงานของสัญญาณไฟตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยอุปกรณ์ภายในจะแตกต่างกันไปตามรู

ปแบบระบบควบคุมและข้อกำหนดของแต่ละโครงการ อุปกรณ์ที่อาจพบในตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ได้แก่

อุปกรณ์

หน้าที่หลัก

Traffic Signal Controller

ประมวลผลและกำหนดลำดับการทำงานของสัญญาณไฟ

Conflict Monitor หรือ MMU

ตรวจสอบสถานะสัญญาณที่อาจขัดแย้งกันตามเงื่อนไขความปลอดภัยของระบบ

Load Switch

ควบคุมการจ่ายไฟไปยังวงจรสัญญาณไฟตามการสั่งงานของ Controller

Flasher

ควบคุมการทำงานของสัญญาณไฟกระพริบในโหมดที่ระบบกำหนด

Power Supply และอุปกรณ์ป้องกัน

จ่ายไฟให้ระบบและป้องกันความเสียหายจากความผิดปกติทางไฟฟ้าตามการออกแบบ

Detector Interface

เชื่อมต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับรถหรืออุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ หากโครงการกำหนดให้ใช้

รายการข้างต้นเป็นตัวอย่างอุปกรณ์ที่อาจใช้ในระบบ ไม่ได้หมายความว่าตู้ควบคุมทุกตู้ต้องมีอุปกรณ์ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างจึงควรตรวจสอบแบบระบบ รายการอุปกรณ์ และ TOR ก่อนกำหนดสเปกสำหรับการผลิต

ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ต้องกำหนดอะไรบ้าง?

การกำหนดสเปกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร คือการระบุรายละเอียดของตู้ อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบควบคุมที่ผู้ผลิตต้องดำเนินการ โดยควรพิจารณาจากแบบระบบและข้อกำหนดของโครงการ เพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างเหมาะสม รายละเอียดที่ควรพิจารณาแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้

มาตรฐานและข้อกำหนดของโครงการ

ก่อนสั่งผลิตควรตรวจสอบ TOR หรือ Terms of Reference ซึ่งเป็นเอกสารกำหนดขอบเขตงานและคุณสมบัติที่โครงการต้องการ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐที่อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ วัสดุ การทดสอบ และเกณฑ์ตรวจรับอย่างชัดเจน ข้อมูลที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • มาตรฐานหรือข้อกำหนดทางเทคนิคที่โครงการระบุ

  • รูปแบบการควบคุมสัญญาณไฟ เช่น Fixed Time หรือ Adaptive

  • จำนวนทางแยกและจำนวนกลุ่มสัญญาณที่ต้องควบคุม

  • รายการอุปกรณ์และคุณสมบัติของ Controller

  • เงื่อนไขด้านความปลอดภัยและการตรวจจับความผิดปกติ

  • วิธีทดสอบและเกณฑ์ตรวจรับก่อนส่งมอบ

Fixed Time คือการควบคุมสัญญาณตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ส่วน Adaptive คือระบบที่ปรับจังหวะสัญญาณตามข้อมูลสภาพการจราจรที่ระบบได้รับ ความสามารถที่ต้องการควรระบุให้ชัด เพราะส่งผลต่อการเลือก Controller อุปกรณ์ตรวจจับ และการเชื่อมต่อระบบ

มาตรฐานต่างประเทศที่อาจพบในการกำหนดคุณสมบัติ ได้แก่

  • NEMA TS 2: เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณจราจร

  • EN 12675: เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเชิงหน้าที่ของ Traffic Signal Controller

  • IEC 61439: เกี่ยวข้องกับชุดประกอบสวิตช์เกียร์และชุดควบคุมแรงดันต่ำ

มาตรฐานเหล่านี้มีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน ไม่ควรสรุปว่าทุกโครงการในประเทศไทยต้องใช้ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างต้องยึด TOR แบบระบบ และข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหลัก

มาตรฐานเหล่านี้มีขอบเขตแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าทุกโครงการในประเทศไทยต้องใช้ทั้งหมด ผู้ว่าจ้างควรยึด TOR แบบระบบ และข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหลัก

ตัวอย่างสเปกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจ

ตัวอย่างสเปกตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร

ตัวอย่างเอกสารที่นำมาใช้ศึกษาได้ คือเอกสารคุณลักษณะตู้ควบคุมไฟสัญญาณจราจรของเทศบาลเมืองอุบลราชธานี ซึ่งระบุรายละเอียดของอุปกรณ์ควบคุมและการทำงานของระบบไว้หลายส่วน เช่น

  • การตั้งค่า Controller: ระบุความสามารถในการกำหนดว่าไฟแสดงสถานะแต่ละดวงควบคุมสัญญาณหรือเฟสใด รวมถึงการตั้งเวลาของระบบ

  • วงจรควบคุมหลอดไฟจราจร: กำหนดคุณสมบัติของบอร์ดที่ใช้เปิด–ปิดหลอดไฟ และความสามารถในการปรับการใช้งานระหว่างเฟส

  • ระบบจ่ายไฟ: ระบุคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟแบบ Switching และฟิวส์ป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

  • การเชื่อมต่อระบบควบคุมส่วนกลาง: ระบุความสามารถในการรองรับการขยายระบบเพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมจราจรด้วยคอมพิวเตอร์ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า การสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรควรระบุทั้งความสามารถของอุปกรณ์ การควบคุมสัญญาณ และระบบไฟฟ้าภายในตู้ ไม่ใช่กำหนดเพียงขนาดหรือวัสดุของตู้เท่านั้น

อ่านเอกสารต้นฉบับได้ที่ เอกสารคุณลักษณะตู้ควบคุมไฟสัญญาณจราจร — เทศบาลเมืองอุบลราชธานี (PDF)

Tips:

รายละเอียดข้างต้นเป็นตัวอย่างจากเอกสารของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ข้อกำหนดมาตรฐานที่ใช้กับทุกโครงการ ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบ TOR และคุณลักษณะเฉพาะของโครงการที่จะดำเนินการจริงก่อนนำไปใช้กำหนดสเปก

วัสดุตู้ ขนาด และระดับการป้องกัน

วัสดุและโครงสร้างของตู้ควรเหมาะกับสถานที่ติดตั้ง เช่น ตู้ที่อยู่ริมถนนหรือกลางแจ้งต้องคำนึงถึงฝน ฝุ่น ความชื้น แสงแดด และการกัดกร่อน รวมถึงความสะดวกในการเปิดตรวจสอบและบำรุงรักษา

รายละเอียดที่ควรระบุ ได้แก่

  • วัสดุและความหนา: เช่น เหล็กหรือวัสดุอื่นตามแบบและข้อกำหนดของโครงการ

  • การเคลือบผิวหรือป้องกันการกัดกร่อน: เลือกวิธีให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

  • ขนาดและพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์: เผื่อพื้นที่สำหรับเดินสาย ตรวจสอบ และบำรุงรักษา

  • ระดับ IP: ระบุระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ต้องการตามสภาพติดตั้ง

  • ฐานตู้และการยึดติดตั้ง: กำหนดรูปแบบฐาน จุดยึด และวิธีติดตั้งตามแบบ

  • ประตูและระบบล็อก: ระบุรูปแบบการเปิดตรวจสอบและการจำกัดการเข้าถึง

ระดับ IP ไม่ได้บอกความสามารถในการป้องกันสนิมหรือการระบายความร้อนโดยตรง จึงควรพิจารณาการป้องกันการกัดกร่อนและการจัดการอุณหภูมิแยกต่างหาก สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ NEMA Rating vs IP Rating และ ตู้ไฟฟ้าเหล็ก เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ระบบไฟเข้าและอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า

ระบบไฟเข้าควรกำหนดให้สอดคล้องกับแบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในตู้ โดยไม่ควรระบุเพียงแรงดันไฟฟ้า แต่ควรแจกแจงอุปกรณ์ป้องกันและการต่อสายที่จำเป็นด้วย

หัวข้อที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • แรงดันไฟเข้าและคุณสมบัติของแหล่งจ่ายไฟ

  • เมนเบรกเกอร์และเบรกเกอร์วงจรย่อย

  • อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection Device: SPD) ตามการประเมินความเสี่ยงและข้อกำหนดโครงการ

  • ตัวกรองสัญญาณรบกวน หากระบบต้องการ

  • ระบบสายดินและการจัดระเบียบสายไฟภายในตู้

  • ฟิวส์หรืออุปกรณ์ป้องกันเฉพาะวงจรตามแบบระบบ

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันควรอิงการออกแบบและข้อกำหนดจริง ไม่ควรกำหนดว่าต้องใช้อุปกรณ์ทุกชนิดในทุกตู้โดยไม่พิจารณาระบบไฟฟ้า สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Surge Protection Device คืออะไร และ Earth Leakage vs Ground Fault Protection

ระบบระบายอากาศและการจัดการอุณหภูมิ

อุปกรณ์ควบคุมและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้มีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิในการทำงาน จึงควรพิจารณาความร้อนที่เกิดขึ้นภายในตู้ร่วมกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะตู้ที่ติดตั้งกลางแจ้งหรือได้รับแสงแดดโดยตรง

ประเด็นที่ควรกำหนด ได้แก่

  • ต้องใช้พัดลมระบายอากาศ แผ่นกรอง หรือเทอร์โมสตัทหรือไม่

  • จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไม่

  • ตำแหน่งช่องระบายอากาศต้องช่วยลดโอกาสที่ฝุ่นและน้ำจะเข้าสู่ตู้

  • การจัดวางอุปกรณ์ต้องเหลือพื้นที่ให้ระบายความร้อนและบำรุงรักษาได้

  • ต้องตรวจสอบอุณหภูมิภายในตู้ภายใต้เงื่อนไขใดก่อนส่งมอบ

การเลือกวิธีระบายอากาศควรพิจารณาร่วมกับระดับ IP เพราะช่องระบายอากาศและแผ่นกรองอาจมีผลต่อการป้องกันฝุ่นและน้ำของตู้

อุปกรณ์ควบคุม ความปลอดภัย และระบบสำรองไฟ

นอกจากรุ่นของ Controller แล้ว ควรกำหนดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสัญญาณและการตรวจสอบความผิดปกติให้ตรงกับแบบระบบ เช่น Load Switch, Conflict Monitor หรือ MMU รวมถึง Detector Interface หากโครงการต้องใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับ

ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น

  • รุ่นและคุณสมบัติของ Controller

  • จำนวนช่องสัญญาณและจำนวนเฟสที่ต้องรองรับ

  • รุ่นและคุณสมบัติของ Conflict Monitor หรือ MMU

  • การตอบสนองของระบบเมื่อพบสัญญาณขัดแย้งหรืออุปกรณ์ผิดปกติ

  • รูปแบบการสื่อสารกับระบบควบคุมส่วนกลาง หากมี

  • ความสามารถในการเพิ่มอุปกรณ์หรือขยายระบบในอนาคต หากโครงการต้องการ

ระบบสำรองไฟ (UPS) ต้องกำหนดตามความต้องการของแต่ละโครงการ โดยระบุว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่ ต้องรองรับโหลดเท่าใด และต้องสำรองไฟได้นานแค่ไหน รวมถึงตำแหน่งติดตั้งแบตเตอรี่และวิธีแจ้งสถานะเมื่อระบบเปลี่ยนไปใช้ไฟสำรอง

ตัวอย่างข้อกำหนดจากต่างประเทศบางแห่งระบุระยะเวลาสำรองไฟขั้นต่ำ หรือกำหนดให้ติดตั้งแบตเตอรี่ในตู้แยกแทนการติดตั้งภายในตู้สัญญาณ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหล่านี้ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ใช้กับทุกโครงการ จึงต้องตรวจสอบ TOR ก่อนออกแบบ

คำถามที่ควรยืนยันกับเจ้าของโครงการ ได้แก่

  • ต้องมี UPS หรือไม่ และต้องสำรองไฟนานเท่าใดเมื่อใช้โหลดจริง

  • ต้องติดตั้งแบตเตอรี่ในตู้เดียวกันหรือในตู้แยก

  • ต้องมีไฟแสดงสถานะการใช้แบตเตอรี่หรือไม่

  • การสลับแหล่งจ่ายไฟต้องไม่ทำให้ Controller รีเซ็ตหรือไม่

  • ต้องมีการแจ้งเตือนความผิดปกติของระบบสำรองไฟอย่างไร

การทดสอบและเอกสารก่อนส่งมอบ

การตรวจรับตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรควรครอบคลุมทั้งโครงสร้างตู้ การเดินสาย และการทำงานของระบบ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก ควรกำหนดขอบเขตการทดสอบจากโรงงาน (Factory Acceptance Test: FAT) และการทดสอบหน้างานให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ดำเนินการและใช้เกณฑ์ใดตัดสินผล

รายการที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ตรวจสอบรายการอุปกรณ์และรุ่นให้ตรงกับเอกสารอนุมัติ

  • ตรวจสอบการเดินสาย จุดต่อ และการยึดอุปกรณ์

  • ตรวจสอบการต่อสายดินและการทดสอบทางไฟฟ้าตามข้อกำหนด

  • ทดสอบลำดับสัญญาณตามแผนเวลาและเฟสที่ออกแบบ

  • ทดสอบ Conflict Monitor หรือระบบตรวจจับความขัดแย้งตามขั้นตอนที่กำหนด

  • ทดสอบโหมดกะพริบและการกลับเข้าสู่การทำงานปกติ

  • ทดสอบไฟดับและไฟกลับ รวมถึง UPS หากมี

  • ตรวจสอบการทำงานของระบบระบายอากาศและอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ หากติดตั้ง

  • จัดทำรายงานผลทดสอบและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนส่งมอบ

ควรตกลงในสัญญาด้วยว่าใครรับผิดชอบการทดสอบระบบควบคุมและความปลอดภัยของสัญญาณ เพราะตู้หนึ่งชุดอาจประกอบด้วยอุปกรณ์จากผู้จัดหาหลายราย การแบ่งขอบเขตงานให้ชัดจะช่วยลดปัญหาเมื่อพบความผิดปกติระหว่างตรวจรับหรือหลังติดตั้ง

เอกสารที่ควรระบุในขอบเขตส่งมอบ ได้แก่ แบบวงจรและแบบเดินสายฉบับจริงหลังติดตั้ง (As-built Drawing) คู่มือการใช้งาน รายการอะไหล่ รายงานผลทดสอบ และกุญแจตู้ตามจำนวนที่ตกลงไว้

สเปกสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร

เช็กลิสต์สเปกก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร

ตารางนี้ใช้เป็นรายการตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับเตรียม TOR หรือเปรียบเทียบใบเสนอราคาจากผู้ผลิต ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนและให้ผู้เกี่ยวข้องยืนยันข้อมูลในแต่ละหมวดก่อนเริ่มผลิต

หมวด

รายละเอียดที่ควรระบุ

ผู้ที่ควรยืนยันข้อมูล

มาตรฐานอ้างอิง

ข้อกำหนดของโครงการ มาตรฐานและฉบับปีที่ใช้

เจ้าของโครงการหรือผู้ออกแบบ

ตัวตู้

วัสดุ ความหนา การเคลือบผิว ระดับ IP ขนาด และฐานติดตั้ง

เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้

ระบบระบายอากาศ

พัดลม แผ่นกรอง เทอร์โมสตัท หรือฮีตเตอร์ หากจำเป็น

ผู้ออกแบบและผู้ผลิตตู้

ระบบไฟเข้า

แรงดันไฟ เมนเบรกเกอร์ เบรกเกอร์ย่อย SPD การต่อสายดิน และอุปกรณ์ป้องกันอื่น

ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า

ชุดควบคุม

รุ่น Controller จำนวนช่องสัญญาณ ชนิดโคม อุปกรณ์ตรวจจับ และระบบสื่อสาร

เจ้าของโครงการและผู้จัดหาอุปกรณ์

ความปลอดภัยของสัญญาณ

รุ่น Conflict Monitor จำนวนช่อง และการตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ

เจ้าของโครงการและผู้ออกแบบระบบ

ระบบสำรองไฟ

ต้องมีหรือไม่ ขนาดโหลด ระยะเวลาสำรอง และตำแหน่งแบตเตอรี่

เจ้าของโครงการและผู้ออกแบบ

การทดสอบ

รายการทดสอบ FAT และหน้างาน เกณฑ์ผ่าน และผู้เข้าร่วมตรวจรับ

เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้

เอกสารส่งมอบ

แบบ As-built คู่มือ รายการอะไหล่ รายงานทดสอบ และจำนวนกุญแจ

เจ้าของโครงการและผู้ผลิตตู้

การใช้เช็กลิสต์เดียวกันในการขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทจะช่วยให้เปรียบเทียบราคาและขอบเขตงานได้ตรงกัน ลดโอกาสที่ข้อเสนอแต่ละรายจะรวมอุปกรณ์หรือบริการไม่เหมือนกัน

สรุป

ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ควรเริ่มจากการตรวจสอบ TOR และแบบระบบ จากนั้นจึงกำหนดมาตรฐานอ้างอิง วัสดุและระดับ IP ระบบไฟเข้า อุปกรณ์ป้องกัน ชุดควบคุม ระบบระบายอากาศ การสำรองไฟ และวิธีทดสอบก่อนส่งมอบ

รายละเอียดที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าของโครงการและผู้ผลิตเข้าใจขอบเขตงานตรงกัน และช่วยให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ควรยืนยันข้อกำหนดเฉพาะกับเจ้าของโครงการทุกครั้ง โดยไม่ใช้ตัวอย่างจากโครงการอื่นแทน TOR ของงานจริง

FAQ

Q1: ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

A: ควรเตรียม TOR แบบระบบ จำนวนกลุ่มสัญญาณไฟ รูปแบบการควบคุม และข้อกำหนดอุปกรณ์ให้ครบถ้วน

Q2: ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรสามารถออกแบบตามโครงการได้หรือไม่?

A: สามารถกำหนดขนาดตู้ วัสดุ และอุปกรณ์ภายในตามความต้องการได้ โดยต้องสอดคล้องกับ TOR และการออกแบบระบบ

Q3: ควรเลือกวัสดุตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรจากอะไร?

A: พิจารณาสภาพแวดล้อมติดตั้ง เช่น ฝุ่น ความชื้น ฝน และความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน รวมถึงความแข็งแรงและการบำรุงรักษา

Q4: การขอใบเสนอราคาผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรต้องระบุอะไรบ้าง?

A: ควรระบุสเปกตู้ อุปกรณ์ภายใน ระบบป้องกันไฟฟ้า งานติดตั้ง การทดสอบ และเอกสารส่งมอบ เพื่อให้เปรียบเทียบราคาได้ตรงกัน

Q5: ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนรับมอบตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร?

A: ตรวจสอบอุปกรณ์และการเดินสายให้ตรงแบบ ทดสอบการทำงานตามข้อกำหนดโครงการ และขอเอกสารผลทดสอบก่อนรับมอบ


หากกำลังมองหาผู้ผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรสำหรับโครงการของคุณ SK Power Electric ให้บริการรับผลิตตู้ควบคุมไฟฟ้า โดยเน้นการออกแบบและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสเปกและข้อกำหนดของโครงการก่อนเริ่มผลิต


☎️ Tel: 093-596-4288

🟢 Line: sk_powerelectric

📬 Email: [email protected]

📘 Facebook: SK Power Electric

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

มาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญก่อนสั่งผลิตตู้ MDB ควรตรวจสอบพิกัดไฟฟ้า ความปลอดภัย ค่า IP และเอกสารจากผู้ผลิต เพื่อให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าและการใช้งาน
Form Separation คือการแบ่งส่วนภายในตู้ MDB ตามมาตรฐาน IEC 61439-2 เพื่อแยก Busbar, Functional Unit และขั้วต่อสายภายนอก ตั้งแต่ Form 1 ถึง Form 4b ซึ่งมีระดับการแบ่งแยกแตกต่างกัน
Short Circuit Current คือกระแสลัดวงจรที่ใช้เลือกพิกัด Icw ของตู้ MDB และพิกัดเบรกเกอร์ โดยพิจารณาข้อมูลหม้อแปลง ระยะสาย และระบบป้องกันตามมาตรฐาน IEC 61439
ก่อนสั่งผลิตตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร ควรระบุสเปกวัสดุ ระบบไฟ อุปกรณ์ควบคุม และระบบสำรองไฟให้ชัดเจน เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดโครงการ
Solar Hybrid คือระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่รวมการทำงานของระบบ On-Grid และ Off-Grid เข้าด้วยกัน โดยใช้ Hybrid Inverter จัดการพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ และไฟฟ้าจากการไฟฟ้า
มาตรฐาน IP55 คือระดับการป้องกันตู้ไฟฟ้าตาม IEC 60529 โดยเลข 5 แรกหมายถึงป้องกันฝุ่น และเลข 5 หลังหมายถึงป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ