มาตรฐาน IP55 คืออะไร? ความหมาย การทดสอบ และการเลือกใช้กับตู้ไฟฟ้า

25 September 2026

มาตรฐาน IP55 คือระดับการป้องกันของตู้หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าตามมาตรฐาน IEC 60529 โดยเลขหลักแรก 5 คือ ป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่ให้ฝุ่นเข้าไปจนกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ ส่วนเลขหลักที่สอง 5 คือ ป้องกันน้ำที่ฉีดจากหัวฉีดเข้าตู้ได้จากทุกทิศทาง

IP55 จึงเหมาะกับตู้ไฟฟ้าที่ต้องติดตั้งในพื้นที่ซึ่งมีฝุ่นและมีโอกาสสัมผัสน้ำจากภายนอก แต่การเลือกใช้ยังต้องพิจารณาตำแหน่งติดตั้ง ลักษณะการใช้งาน และสภาพแวดล้อมของหน้างานร่วมด้วย

บทความนี้จะพาไปดูความหมายของเลข IP55 แต่ละหลัก วิธีทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60529 พื้นที่ที่เหมาะกับการใช้งาน และความแตกต่างระหว่าง IP55 กับระดับใกล้เคียงอย่าง IP54, IP65 และ IP66

มาตรฐาน IP55 คืออะไร?

IP55 เป็นหนึ่งในระดับของระบบ IP Rating (Ingress Protection) ที่ใช้ระบุความสามารถของตู้หรือ Enclosure ในการป้องกันการเข้าถึงของวัตถุแข็ง ฝุ่น และน้ำตามเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนดในมาตรฐาน IEC 60529

ตัวอักษร IP ย่อมาจาก Ingress Protection ส่วนตัวเลขสองหลักที่ตามมาจะระบุระดับการป้องกันคนละด้าน โดยหลักแรกเกี่ยวข้องกับวัตถุแข็งและฝุ่น ส่วนหลักที่สองเกี่ยวข้องกับน้ำ

IP55 เป็นหนึ่งในระดับของระบบ IP Rating (Ingress Protection) ที่ใช้ระบุความสามารถของตู้หรือ Enclosure

จุดสำคัญ:

IP55 ไม่ได้หมายความว่าไม่มีฝุ่นเข้าเลย และไม่ใช่ระดับที่รองรับการแช่น้ำหรือฉีดน้ำแรงดันสูง การป้องกันต้องพิจารณาตามเงื่อนไขการทดสอบของ IEC 60529

เลข IP55 แต่ละหลักหมายถึงอะไร?

ระบบ IP Rating ใช้ตัวเลขแต่ละหลักเพื่อระบุระดับการป้องกันที่แตกต่างกัน โดย IP55 ป้องกันฝุ่นและน้ำได้ในระดับไหน สามารถแยกดูความหมายของตัวเลขทั้ง 2 หลักได้ดังนี้

1. เลขหลักแรก (5): การป้องกันฝุ่นและของแข็ง

เลข 5 ในหลักแรกหมายถึง Dust Protected หรือป้องกันฝุ่นในระดับที่ฝุ่นอาจเข้าไปภายในได้ แต่ต้องไม่เข้าไปในปริมาณที่ทำให้การทำงานหรือความปลอดภัยของอุปกรณ์ได้รับผลกระทบตามเงื่อนไขการทดสอบ

ระดับนี้แตกต่างจากเลข 6 ซึ่งเป็น Dust-tight หรือระดับที่ออกแบบให้ไม่มีฝุ่นเข้าไปภายในภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

ดังนั้น IP55 จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีฝุ่นในระดับหนึ่ง แต่หากเป็นบริเวณที่มีฝุ่นละเอียดหรือฝุ่นหนาแน่น อาจต้องพิจารณาระดับการป้องกันที่สูงขึ้นตามลักษณะของหน้างาน

2. เลขหลักที่สอง (5): การป้องกันน้ำ

เลข 5 ในหลักที่สองหมายถึงการป้องกันน้ำจาก หัวฉีด (Water Jets) ที่ฉีดเข้าตู้จากทิศทางต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรฐาน จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ตู้มีโอกาสสัมผัสน้ำจากภายนอก เช่น น้ำจากฝนหรือน้ำที่กระเด็นหรือฉีดเข้าตู้ตามลักษณะการใช้งาน แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำตู้ไปแช่น้ำหรือรับการฉีดน้ำแรงดันสูงได้ทุกกรณี

หากหน้างานมีความเสี่ยงจากการฉีดล้างด้วยน้ำที่มีแรงมากขึ้น หรือมีโอกาสที่ตู้จะถูกน้ำท่วมและจมน้ำ ควรพิจารณาระดับ IP ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงดังกล่าวแทน

วิธีทดสอบ IP55 ตามมาตรฐาน IEC 60529

การทดสอบ IP55 จะพิจารณาความสามารถของตู้ในการป้องกันฝุ่นและน้ำตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรฐาน IEC 60529 โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

1. การทดสอบการป้องกันฝุ่น

การทดสอบส่วนแรกใช้วิธีและเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับระดับการป้องกันฝุ่น จากนั้นตรวจสอบการเข้าไปของฝุ่นภายในตู้และผลกระทบที่มีต่ออุปกรณ์ตามเกณฑ์ของระดับ IP ที่ระบุ

สำหรับหลักแรกเลข 5 ผลการทดสอบต้องแสดงให้เห็นว่าฝุ่นที่เข้าไปภายในไม่อยู่ในปริมาณที่ทำให้การทำงานหรือความปลอดภัยของอุปกรณ์ได้รับผลกระทบตามเกณฑ์ที่กำหนด

ทดสอบการป้องกันฝุ่น ตู้ไฟฟ้า

2. การทดสอบการป้องกันน้ำ

สำหรับหลักที่สองเลข 5 จะมีการฉีดน้ำจากหัวฉีดเข้าหาตู้ตามเงื่อนไขที่มาตรฐานกำหนด ทั้งในเรื่องอัตราการไหล ระยะห่าง และระยะเวลาในการทดสอบ หลังจากทดสอบแล้วจะตรวจสอบการเข้าไปของน้ำภายในตู้และผลกระทบต่ออุปกรณ์ตามเกณฑ์ของมาตรฐาน

ดังนั้น การระบุว่าเป็น IP55 จึงควรมีข้อมูลหรือเอกสารจากผู้ผลิตที่แสดงถึงการทดสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในโครงการที่กำหนดสเปกตู้ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน

Tips:

หากเป็นงานที่มีข้อกำหนดด้าน IP Rating ควรสอบถามผู้ผลิตเกี่ยวกับมาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบและเอกสารประกอบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบสเปกของตู้ได้ตรงกับข้อกำหนดของโครงการ

IP55 เหมาะกับงานติดตั้งแบบไหน?

การเลือก IP55 ควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมจริง ไม่ควรเลือกจากตัวเลข IP เพียงอย่างเดียว เพราะถึงตู้จะมีระดับ IP55 แต่ตำแหน่งติดตั้ง วัสดุตู้ อุณหภูมิ ความชื้น และสารที่อาจกัดกร่อนก็มีผลต่อการใช้งานเช่นกัน

ตัวอย่างพื้นที่ที่อาจเหมาะกับ IP55

  • ตู้ไฟฟ้าในพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง เช่น บริเวณใต้ชายคาหรือพื้นที่ที่มีโครงสร้างช่วยลดการสัมผัสฝนโดยตรง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนสาดหรือละอองน้ำ
  • พื้นที่รอบอาคารโรงงานที่มีฝุ่น หากไม่ได้เป็นบริเวณที่มีฝุ่นหนาแน่นเป็นพิเศษ IP55 อาจเป็นหนึ่งในระดับที่พิจารณาได้ โดยต้องดูสภาพหน้างานจริงประกอบ
  • ตู้สำหรับระบบโซล่าเซลล์ เช่น ตู้ Combiner Box หรือตู้ไฟฟ้าที่ติดตั้งบริเวณใกล้ระบบโซล่าเซลล์ ทั้งนี้ต้องพิจารณาตำแหน่งติดตั้งและการสัมผัสแดด ฝน และความชื้นร่วมด้วย
  • ตู้ Control Panel ในพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ เช่น ตู้ควบคุมปั๊มหรือระบบเครื่องจักรที่ติดตั้งนอกอาคารและมีโครงสร้างช่วยป้องกันสภาพอากาศบางส่วน

IP55 เทียบกับ IP54, IP65, IP66 ต่างกันอย่างไร?

ระดับ IP ที่ใกล้เคียงกันมีความแตกต่างกันทั้งด้านการป้องกันฝุ่นและน้ำ การเปรียบเทียบ IP54, IP55, IP65 และ IP66 จะช่วยให้เห็นความแตกต่างและเลือกใช้ตู้ไฟฟ้าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของหน้างานได้ง่ายขึ้น ดังนี้

ระดับ IP การป้องกันฝุ่น การป้องกันน้ำ ตัวอย่างการใช้งาน
IP54 ป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่กระทบต่อการทำงาน ป้องกันน้ำกระเซ็นจากทุกทิศทาง พื้นที่ในอาคารหรือพื้นที่ที่มีความชื้นและละอองน้ำ
IP55 ป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่กระทบต่อการทำงาน ป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ พื้นที่กึ่งกลางแจ้งหรือพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสน้ำ
IP65 ป้องกันฝุ่นแบบ Dust-tight ป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ พื้นที่ที่ต้องการการป้องกันฝุ่นในระดับสูง
IP66 ป้องกันฝุ่นแบบ Dust-tight ป้องกันน้ำจากหัวฉีดที่มีแรงมากขึ้นตามเงื่อนไขการทดสอบ พื้นที่ที่ต้องการการป้องกันฝุ่นสูงและมีความเสี่ยงจากน้ำมากขึ้น

จุดที่ควรสังเกตคือ IP55 กับ IP54 ต่างกันที่การป้องกันน้ำ โดย IP55 ป้องกันน้ำจากหัวฉีดได้ตามเงื่อนไขการทดสอบ ส่วน IP55 กับ IP65 ต่างกันที่การป้องกันฝุ่น โดย IP65 ให้การป้องกันฝุ่นในระดับ Dust-tight

ดังนั้น การเลือกตู้ไฟฟ้าควรพิจารณาระดับการป้องกันให้เหมาะกับ สภาพแวดล้อมและข้อกำหนดของพื้นที่ติดตั้ง ไม่จำเป็นต้องเลือกจากระดับ IP ที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว

สรุป

มาตรฐาน IP55 เป็นระดับการป้องกันตู้ไฟฟ้าตาม IEC 60529 โดยเลข 5 หลักแรกหมายถึงป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่กระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ และเลข 5 หลักที่สองหมายถึงป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ

IP55 จึงเหมาะกับตู้ไฟฟ้าที่ติดตั้งในพื้นที่ซึ่งมีฝุ่นและมีโอกาสสัมผัสน้ำจากภายนอก แต่การเลือกใช้งานควรพิจารณาสภาพแวดล้อม ตำแหน่งติดตั้ง และข้อกำหนดของโครงการร่วมด้วย เพื่อให้ได้ระดับการป้องกันที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง

FAQ

Q1: IP55 ใช้ติดตั้งกลางแจ้งได้ไหม?

A: A: ได้ แต่ควรติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมและพิจารณาสภาพแวดล้อม เช่น ฝน ความชื้น และแสงแดดร่วมด้วย

Q2: ตู้ไฟฟ้า IP55 กันน้ำท่วมได้ไหม?

A: A: ไม่ได้ เพราะ IP55 ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการแช่น้ำ หากมีความเสี่ยงน้ำท่วมหรือจมน้ำ ควรพิจารณาระดับ IP ที่รองรับการจุ่มน้ำ เช่น IP67 หรือ IP68

Q3: IP55 กับ IP54 ต่างกันอย่างไร?

A: A: ต่างกันที่การป้องกันน้ำ โดย IP54 ป้องกันน้ำกระเซ็นจากทุกทิศทาง ส่วน IP55 ป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนดใน IEC 60529 ดังนั้นควรเลือกตามลักษณะการสัมผัสน้ำของพื้นที่ติดตั้ง

Q4: IP55 กับ IP65 ต่างกันอย่างไร?

A: ต่างกันที่การป้องกันฝุ่น โดย IP55 เป็นระดับ 5 ในหลักแรก ซึ่งป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่กระทบต่อการทำงาน ส่วน IP65 เป็นระดับ 6 หรือ Dust-tight ตามเงื่อนไขการทดสอบ ขณะที่การป้องกันน้ำของทั้งสองระดับอยู่ที่เลข 5 ในหลักที่สอง

Q5: IP55 กับ IP66 ต่างกันอย่างไร?

A: A: IP66 มีระดับการป้องกันฝุ่นเป็น Dust-tight และมีระดับการป้องกันน้ำจากหัวฉีดสูงกว่า IP55 ตามเงื่อนไขการทดสอบของมาตรฐาน จึงเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีข้อกำหนดด้านฝุ่นและน้ำสูงกว่า ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากหน้างานจริง

Q6: ตู้ไฟฟ้า IP55 ต้องมีเอกสารรับรองหรือไม่?

A: A: หากโครงการกำหนด IP55 ควรขอผลการทดสอบหรือเอกสารจากผู้ผลิต เพื่อยืนยันว่าตู้ผ่านการทดสอบตาม IEC 60529 และมีระดับการป้องกันตามที่ระบุ


หากต้องการ ตู้ไฟฟ้าที่ออกแบบและผลิตตามสเปก SK Power Electric พร้อมให้บริการตั้งแต่การออกแบบ เลือกอุปกรณ์ ไปจนถึงการผลิตตู้ไฟฟ้าให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่

ดูผลงานได้ที่ ผลงานของเรา


☎️ Tel: 093-596-4288

🟢 Line: sk_powerelectric

📬 Email: [email protected]

📘 Facebook: SK Power Electric

อ่านข่าวสารเพิ่มเติม

Solar Hybrid คือระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่รวมการทำงานของระบบ On-Grid และ Off-Grid เข้าด้วยกัน โดยใช้ Hybrid Inverter จัดการพลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ แบตเตอรี่ และไฟฟ้าจากการไฟฟ้า
มาตรฐาน IP55 คือระดับการป้องกันตู้ไฟฟ้าตาม IEC 60529 โดยเลข 5 แรกหมายถึงป้องกันฝุ่น และเลข 5 หลังหมายถึงป้องกันน้ำจากหัวฉีดตามเงื่อนไขการทดสอบ
ตู้ Zero Export คือระบบควบคุมการส่งไฟจากโซล่าเซลล์กลับเข้าสู่กริด โดยตรวจวัดการใช้ไฟและปรับกำลังผลิตของอินเวอร์เตอร์ให้เหมาะกับโหลดภายใน
Combiner Box โซล่าเซลล์ เป็นตู้สำหรับรวมวงจรจากแผงโซล่าเซลล์หลาย String ก่อนส่งต่อไปยังอินเวอร์เตอร์ โดยภายในอาจมี Fuse, DC Isolator และ SPD ตามการออกแบบของระบบ
Type Test คือทดสอบต้นแบบตาม IEC 61439 ส่วน Routine Test คือทดสอบทุกตู้ก่อนส่งมอบ รู้ความต่างก่อนซื้อตู้ไฟฟ้า ป้องกันปัญหาในระบบจริง
Lockout Tagout คือระบบควบคุมพลังงานอันตราย โดยล็อกแหล่งพลังงานและติดป้ายเตือน เพื่อป้องกันการเดินเครื่องจักรหรือจ่ายพลังงานระหว่างซ่อมบำรุงอย่างไม่ตั้งใจ