มาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรพิจารณาก่อนสั่งผลิตตู้ MDB เพราะตู้เมนไฟฟ้าทำหน้าที่รับและจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังวงจรต่าง ๆ ภายในอาคารหรือโรงงาน การเลือกตู้จึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาและขนาดตู้ แต่ต้องคำนึงถึงพิกัดไฟฟ้า ความปลอดภัย สภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง และเอกสารยืนยันการตรวจสอบจากผู้ผลิตด้วย
ก่อนอนุมัติแบบหรือสั่งผลิต ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อกำหนดสำคัญให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้ตู้ MDB ที่เหมาะกับระบบไฟฟ้าของโครงการ และลดปัญหาการแก้ไขสเปกหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ภายหลัง บทความนี้รวบรวม 6 เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสั่งผลิตตู้ MDB
ตรวจสอบมาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ระบุในสเปก
ก่อนสั่งผลิต ควรตรวจสอบว่าโครงการกำหนดให้ตู้ MDB อ้างอิงมาตรฐานใด และมาตรฐานนั้นครอบคลุมอุปกรณ์หรือชุดประกอบตู้ส่วนใดบ้าง โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับตู้ไฟฟ้าแรงต่ำมีหลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน
มาตรฐานสำคัญที่ควรรู้ ได้แก่
-
IEC 61439-1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับชุดประกอบสวิตช์เกียร์และชุดควบคุมไฟฟ้าแรงต่ำ
-
IEC 61439-2 ข้อกำหนดสำหรับชุดประกอบสวิตช์เกียร์และชุดควบคุมไฟฟ้ากำลังแรงต่ำ
-
IEC 60947 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สวิตช์เกียร์และอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าแรงต่ำ เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์บางประเภท
-
IEC 60529 มาตรฐานที่ใช้กำหนดระดับการป้องกันของเปลือกหุ้มอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือระดับ IP
การระบุมาตรฐานของอุปกรณ์แต่ละชิ้นไม่ได้หมายความว่าชุดประกอบตู้ MDB ทั้งตู้ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกัน ผู้ซื้อจึงควรขอหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับชุดประกอบตู้จากผู้ผลิตด้วย
นอกจากนี้ ควรระบุฉบับปีของมาตรฐานตามข้อกำหนดโครงการให้ชัดเจน ไม่ควรเขียนเพียงว่า “ตามมาตรฐาน IEC” โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

กำหนดพิกัดไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
พิกัดไฟฟ้า เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องกำหนดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพราะมีผลต่อการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ บัสบาร์ สายไฟ และอุปกรณ์ภายในตู้ หากกำหนดไม่เหมาะสม อาจทำให้ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับแบบก่อนติดตั้งจริง โดยข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนสั่งผลิตตู้ MDB ได้แก่
-
แรงดันไฟฟ้าพิกัด (Rated Voltage): แรงดันไฟฟ้าที่ระบบและตู้ได้รับการออกแบบให้รองรับ
-
กระแสไฟฟ้าพิกัด (Rated Current): ใช้ประกอบการเลือกขนาดอุปกรณ์และระบบบัสบาร์ให้เหมาะกับภาระโหลด
-
พิกัดทนกระแสลัดวงจร: ต้องสอดคล้องกับกระแสลัดวงจรที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ณ จุดติดตั้ง และเงื่อนไขการป้องกันของระบบ
-
ความถี่ของระบบไฟฟ้า: เช่น 50 Hz สำหรับระบบไฟฟ้าที่กำหนดใช้งานในประเทศไทย
-
จำนวนวงจรขาออก: เพื่อให้สามารถจัดสรรวงจรและเผื่อการขยายระบบในอนาคตได้เหมาะสม
ผู้ซื้อควรให้วิศวกรผู้ออกแบบหรือผู้รับผิดชอบระบบไฟฟ้า กำหนดค่าพิกัดตามข้อมูลโหลดและผลการคำนวณของโครงการ ไม่ควรเลือกจากขนาดแอมป์ของเบรกเกอร์เพียงอย่างเดียว
ตรวจสอบระดับการป้องกัน IP และสภาพแวดล้อมติดตั้ง
ตู้ MDB ที่ติดตั้งภายในห้องไฟฟ้า อาจมีข้อกำหนดแตกต่างจากตู้ที่ติดตั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมซึ่งมีฝุ่น ความชื้น หรือมีโอกาสสัมผัสน้ำ การเลือกตู้จึงต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมจริงควบคู่กับระดับการป้องกันของเปลือกหุ้ม
มาตรฐาน IEC 60529 ใช้สำหรับกำหนดระดับ IP โดยตัวเลขแต่ละตำแหน่งสื่อถึงระดับการป้องกันคนละด้าน ได้แก่
-
ตัวเลขหลักแรก: ระดับการป้องกันการเข้าถึงส่วนอันตรายและการแทรกผ่านของวัตถุแข็งหรือฝุ่น
-
ตัวเลขหลักที่สอง: ระดับการป้องกันน้ำตามเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น IP54 แสดงถึงระดับการป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อการทำงานของอุปกรณ์ และการป้องกันน้ำกระเซ็นตามเงื่อนไขมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าตู้สามารถกันฝุ่นได้ทั้งหมดหรือจุ่มน้ำได้
ก่อนสั่งผลิต ผู้ซื้อควรระบุระดับ IP ที่ต้องการ พร้อมแจ้งตำแหน่งติดตั้งและสภาพแวดล้อมให้ผู้ผลิตทราบ เพื่อเลือกโครงตู้ ซีล และวิธีติดตั้งให้เหมาะสม
พิจารณารูปแบบการแบ่งช่องภายในตู้ (Form Separation)
สำหรับโครงการที่ต้องการแยกส่วนอุปกรณ์ภายในตู้ MDB ควรระบุรูปแบบการแบ่งช่องหรือ Form of Separation ให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำข้อกำหนด
การแบ่งช่องภายในตู้มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกส่วนต่าง ๆ เช่น บัสบาร์ อุปกรณ์แต่ละชุด และขั้วต่อสายไฟ ตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าและช่วยให้การตรวจสอบหรือบำรุงรักษาทำได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการออกแบบและขั้นตอนการทำงานจริง
Form ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามประเภทอาคาร ความสำคัญของระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษา และข้อกำหนดของโครงการ ผู้ซื้อจึงควรปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบก่อนกำหนด Form ใน TOR เพราะรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นอาจมีผลต่อพื้นที่ติดตั้ง ราคา และระยะเวลาผลิต หรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่ Form Separation ตู้ MDB

ขอหลักฐานการตรวจสอบจากผู้ผลิต ไม่ใช่ดูแค่ใบรับรองอุปกรณ์
อีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญ คือเอกสารยืนยันว่าการออกแบบและตู้ที่ผลิตจริงได้รับการตรวจสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะเอกสารของอุปกรณ์แต่ละชิ้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะยืนยันคุณสมบัติของชุดประกอบตู้ทั้งหมด เอกสารที่ควรสอบถามจากผู้ผลิต ได้แก่
Design Verification
เป็นหลักฐานการยืนยันความถูกต้องของการออกแบบชุดประกอบตู้ ตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีการยืนยันต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่มาตรฐานกำหนด และครอบคลุมคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับแบบตู้จริง
Routine Verification
เป็นการตรวจสอบตู้ที่ผลิตเสร็จแต่ละชุด เพื่อยืนยันว่าตู้ที่ส่งมอบสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและแบบที่อนุมัติ รายการตรวจสอบอาจครอบคลุมการต่อวงจร การทำงาน และคุณสมบัติอื่นตามมาตรฐานและการออกแบบ
เอกสารประกอบการส่งมอบ
ควรมีแบบวงจรไฟฟ้า Single Line Diagram (SLD) แบบ Wiring Diagram รายการอุปกรณ์ พิกัดของตู้ คู่มือการใช้งานหรือบำรุงรักษา และเอกสารอื่นตามที่ระบุในสัญญา
ผู้ซื้อควรตรวจสอบว่ารายงานและเอกสารตรงกับรุ่น แบบ พิกัด และอุปกรณ์ของตู้ที่สั่งผลิตจริงหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงแบบหรืออุปกรณ์ภายหลังการตรวจสอบ ผู้ผลิตควรประเมินผลกระทบต่อการยืนยันแบบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้วย
ระบุข้อกำหนดให้ชัดเจนก่อนสั่งผลิตใน TOR
แม้จะเลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์แล้ว การกำหนดรายละเอียดใน TOR หรือเอกสารข้อกำหนดทางเทคนิคให้ชัดเจนก็ยังมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ผลิตเข้าใจขอบเขตงานตรงกัน และใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบก่อนส่งมอบได้ โดยรายการที่ควรระบุใน TOR สำหรับตู้ MDB ได้แก่
-
มาตรฐานและฉบับปีที่โครงการกำหนด
-
แรงดันไฟฟ้า กระแสพิกัด และพิกัดทนกระแสลัดวงจร
-
ระดับการป้องกัน IP และสภาพแวดล้อมติดตั้ง
-
รูปแบบการแบ่งช่องภายในตู้ (Form of Separation) หากโครงการกำหนด
-
รายละเอียดอุปกรณ์หลักและคุณสมบัติที่ต้องการ
-
แบบไฟฟ้าและเอกสารที่ต้องส่งเพื่ออนุมัติก่อนผลิต
-
หลักฐาน Design Verification และ Routine Verification ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
-
รายการตรวจรับตู้และเงื่อนไขการทดสอบก่อนส่งมอบ
-
เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงแบบหรืออุปกรณ์ และการอนุมัติก่อนดำเนินการ
การกำหนดข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ต้นช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างแบบที่อนุมัติกับตู้ที่ผลิตจริง และช่วยให้การตรวจรับเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้
สรุป
การสั่งผลิตตู้ MDB ให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าของอาคารหรือโรงงาน ไม่ควรพิจารณาเพียงราคาและคุณภาพของอุปกรณ์ แต่ควรตรวจสอบมาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้า พิกัดไฟฟ้า ระดับการป้องกัน IP และรูปแบบการแบ่งช่องภายในตู้ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง รวมถึงกำหนดข้อกำหนดทางเทคนิคใน TOR ให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิต
นอกจากนี้ ผู้ซื้อควรขอหลักฐาน Design Verification รายงาน Routine Verification และเอกสารประกอบการส่งมอบจากผู้ผลิต เพื่อตรวจสอบว่าตู้ที่ได้รับตรงกับแบบและข้อกำหนดที่อนุมัติไว้ การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการผลิต และทำให้การตรวจรับตู้ MDB เป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น
FAQ
Q1: มาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ใช้กับตู้ MDB มีอะไรบ้าง?
A: มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ IEC 61439-1 และ IEC 61439-2 สำหรับชุดประกอบสวิตช์เกียร์แรงต่ำ และ IEC 60529 สำหรับระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ (IP)
Q2: ก่อนสั่งผลิตตู้ MDB ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้าง?
A: ควรระบุแรงดันไฟฟ้า กระแสพิกัด ความสามารถในการทนกระแสลัดวงจร ค่า IP รายการอุปกรณ์ และข้อกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน
Q3: Design Verification และ Routine Verification ต่างกันอย่างไร?
A: Design Verification เป็นการตรวจยืนยันการออกแบบตู้ ส่วน Routine Verification เป็นการตรวจยืนยันตู้แต่ละชุดหลังผลิตเสร็จ
Q4: การเลือกอุปกรณ์ภายในตู้ MDB ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
A: ควรพิจารณาพิกัดแรงดัน กระแส ความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร และความเข้ากันได้ของอุปกรณ์กับระบบไฟฟ้า โดยให้เป็นไปตามการออกแบบที่เหมาะสม
Q5: การเลือกมาตรฐานตู้ควบคุมไฟฟ้าควรเริ่มจากอะไร?
A: ควรเริ่มจากการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ภาระโหลด สภาพแวดล้อมติดตั้ง และข้อกำหนดของโครงการ ก่อนกำหนดพิกัดและมาตรฐานร่วมกับวิศวกร
หากคุณกำลังมองหาผู้ผลิตตู้ MDB สำหรับอาคารหรือโรงงาน SK Power Electric พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบตู้ควบคุมไฟฟ้าให้เหมาะกับระบบและความต้องการของแต่ละโครงการ ตั้งแต่การกำหนดพิกัดไฟฟ้า การเลือกอุปกรณ์ ไปจนถึงการจัดทำรายละเอียดทางเทคนิค เพื่อให้ตู้ MDB สอดคล้องกับข้อกำหนดและการใช้งานจริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รับผลิตตู้ไฟฟ้า MDB
☎️ Tel: 093-596-4288
🟢 Line: sk_powerelectric
📬 Email: [email protected]
📘 Facebook: SK Power Electric