หนึ่งในคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดตอนเริ่มโปรเจกต์คือ “ตู้ไฟฟ้าราคาเท่าไหร่?” เพราะราคาตู้ไฟฟ้านั้นแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตู้ DB เล็กอาจราคาแค่หลักพัน แต่ตู้ MDB สำหรับโรงงานขนาดใหญ่อาจสูงถึงหลายล้านบาท
ปัจจัยที่กำหนดราคาตู้ไฟฟ้า
ราคาตู้ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายตัวแปรที่ต้องพิจารณาพร้อมกัน เข้าใจปัจจัยเหล่านี้แล้วจะประเมินงบได้แม่นขึ้นมาก

1. ประเภทและขนาดตู้ไฟฟ้า
ประเภทของตู้คือตัวแปรแรกที่ส่งผลต่อราคามากที่สุด ตู้โหลดเซ็นเตอร์สำหรับบ้านพักอาศัยมีราคาต่ำกว่าตู้ MDB สำหรับโรงงานหลายเท่าตัว และขนาดกระแสที่สูงขึ้นก็ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย
จากประสบการณ์ที่ SK Power Electric ผ่านโปรเจกต์กว่า 10,000 โครงการ ตู้ DB ขนาด 100A มักมีราคาต่างจากตู้ MDB ขนาด 1,000A ถึง 10-50 เท่า ขึ้นอยู่กับสเปกและยี่ห้ออุปกรณ์ภายใน
2. ยี่ห้อและคุณภาพอุปกรณ์ภายใน
ราคาของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ต่างกันมากตามยี่ห้อและคุณภาพ ยี่ห้อมาตรฐานสากลอย่าง Schneider Electric, ABB, Siemens หรือ Legrand มีราคาสูงกว่ายี่ห้อทั่วไปหลายเท่า แต่ก็มีคุณภาพที่ได้รับการรับรองและอายุการใช้งานยาวนานกว่า
3. Form และมาตรฐานที่ใช้
Form ของตู้ตามมาตรฐาน IEC 61439 ส่งผลต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั่วไป Form 3B มีราคาสูงกว่า Form 2B ประมาณ 25-40% ส่วน Form 4 เป็นประเภทที่มีราคาสูงที่สุด
4. วัสดุตัวตู้และ IP Rating
ตัวตู้ที่ทำจากเหล็กแผ่นทั่วไปพ่นสีมีราคาต่ำที่สุด ตู้สเตนเลสสตีลมีราคาสูงกว่า 30-50% ค่า IP Rating ที่สูงขึ้นก็ทำให้ราคาสูงขึ้นด้วย
5. ค่าออกแบบและค่าแรงติดตั้ง
ราคาตู้ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตเสนอมักรวม ค่าออกแบบและวาดแบบ, ค่าวัสดุและอุปกรณ์, ค่าแรงประกอบตู้, ค่าทดสอบก่อนส่งมอบ และค่าแรงติดตั้งหน้างาน
แนวทางราคาตู้ไฟฟ้าตามประเภทงาน
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นแนวทางราคาที่พบในตลาดทั่วไป ราคาจริงอาจต่างออกไปขึ้นอยู่กับสเปก ยี่ห้ออุปกรณ์ และผู้ผลิตที่เลือกใช้

งานบ้านพักอาศัย
ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 1 เฟส สำหรับบ้านทั่วไปมีราคาตั้งแต่ 3,000-15,000 บาท รวมอุปกรณ์พื้นฐาน ไม่รวมค่าแรงติดตั้ง สำหรับบ้านที่ต้องการระบบ 3 เฟส อาจต้องใช้ตู้ DB ขนาด 63A-100A ราคา 15,000-40,000 บาท
งานอาคารพาณิชย์และสำนักงาน
ตู้ MDB ขนาด 250A-400A พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานมีราคาตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับ Form และยี่ห้ออุปกรณ์ที่เลือก โปรเจกต์อาคารสำนักงาน 5 ชั้นอาจมีค่าตู้ไฟฟ้าทั้งหมด 300,000-800,000 บาทหรือมากกว่า
งานโรงงานอุตสาหกรรม
ตู้ MDB สำหรับโรงงานขนาดกลาง (โหลด 500-2,000A) มีราคาตั้งแต่ 200,000 บาท ถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับสเปก Form และยี่ห้ออุปกรณ์
Tips: เพื่อเปรียบเทียบราคาได้อย่างยุติธรรม ควรขอใบเสนอราคาจากผู้ผลิตอย่างน้อย 2-3 เจ้า แล้วเปรียบเทียบสเปกที่เท่ากัน ให้ดูว่าใช้ยี่ห้ออุปกรณ์อะไร Form เท่าไหร่ มีเอกสารรับรองอะไรบ้าง และค่าแรงติดตั้งรวมอยู่ในราคาหรือเปล่า
วิธีประเมินงบตู้ไฟฟ้าให้แม่นยำ
ถ้าต้องการประเมินงบค่าตู้ไฟฟ้าสำหรับโปรเจกต์ของคุณ ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
ขั้นที่ 1: สำรวจและรวมโหลดทั้งหมด
รวบรวมรายการอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดที่จะใช้ในอาคาร พร้อมกำลังไฟฟ้า (Watt หรือ kW) ของแต่ละชิ้น แล้วรวมทั้งหมดออกมาเป็น Total Load
ขั้นที่ 2: กำหนด Spec ตู้ไฟฟ้าเบื้องต้น
จาก Total Load ให้กำหนดขนาดกระแสของตู้ MDB และจำนวนตู้ DB ที่ต้องการ รวมถึง Form ที่เหมาะกับงาน และค่า IP Rating ตามสภาพแวดล้อม
ขั้นที่ 3: ขอใบเสนอราคาพร้อม Spec ชัดเจน
ส่ง Spec ที่กำหนดไปยังผู้ผลิตตู้ไฟฟ้าอย่างน้อย 2-3 เจ้า ให้ระบุสเปกให้ชัดเจนว่าต้องการ Form เท่าไหร่ ยี่ห้ออุปกรณ์อะไร IP Rating เท่าไหร่
ขั้นที่ 4: บวกงบสำรองไว้ 10-15%
งบประมาณจริงมักสูงกว่าใบเสนอราคาเริ่มต้นเพราะมักมีงานเพิ่มเติมระหว่างติดตั้ง ควรเผื่องบสำรองไว้อย่างน้อย 10-15%
ข้อควรระวัง: ระวังใบเสนอราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งมากผิดสังเกต เพราะอาจหมายถึงการใช้อุปกรณ์คุณภาพต่ำ ไม่มีเอกสารรับรอง หรือไม่รวมค่าทดสอบก่อนส่งมอบ ให้ขอรายละเอียดสเปกและยี่ห้ออุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนตัดสินใจเสมอ

ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องพิจารณาด้วย
- ค่าสายไฟและค่าเดินสาย ค่าสายไฟจากตู้ MDB ไปยังตู้ DB แต่ละจุด และจากตู้ DB ไปยังโหลด มักมีมูลค่าไม่น้อยกว่าค่าตู้ไฟฟ้าเอง โดยเฉพาะในโปรเจกต์ขนาดใหญ่
- ค่าออกแบบและวิศวกรรม สำหรับโปรเจกต์ที่ต้องมีวิศวกรไฟฟ้ารับรองแบบ ค่าออกแบบและค่าวิศวกรรมอาจอยู่ที่ 5-10% ของมูลค่างาน
- ค่าบำรุงรักษาประจำปี ตู้ไฟฟ้าที่ดีต้องมีการบำรุงรักษาปีละครั้ง ค่าใช้จ่ายนี้ควรรวมอยู่ในงบระยะยาวด้วย
สรุป
ราคาตู้ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประเภทและขนาดตู้ ยี่ห้อและคุณภาพอุปกรณ์ภายใน Form และมาตรฐานที่ใช้ วัสดุตัวตู้และค่า IP Rating และค่าออกแบบ-แรงติดตั้ง อย่าตัดสินใจจากราคาอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาสเปกและคุณภาพ เพราะตู้ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของทั้งอาคาร
FAQ
Q: ทำไมราคาตู้ไฟฟ้าจากผู้ผลิตสองเจ้าถึงต่างกันมากทั้งที่สเปกเดียวกัน?
A: ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน ได้แก่ ยี่ห้ออุปกรณ์ภายในที่เลือกใช้ วัสดุตัวตู้ ความหนาของเหล็กที่ใช้ทำตู้ และค่าทดสอบที่รวมในราคาหรือไม่ ควรเปรียบเทียบรายการวัสดุ (BOM) ก่อนตัดสินใจ
Q: ตู้ไฟฟ้าสำเร็จรูปราคาถูกกว่าตู้สั่งผลิตไหม?
A: โดยทั่วไปตู้สำเร็จรูปมีราคาถูกกว่า เพราะผลิตเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าความต้องการตรงกับสเปกมาตรฐาน ตู้สำเร็จรูปเป็นตัวเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่า
Q: มีวิธีประหยัดค่าตู้ไฟฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพไหม?
A: มีหลายวิธี เช่น เลือก Form ที่เหมาะกับงานจริงๆ โดยไม่ต้องเลือก Form สูงเกินจำเป็น, เลือกยี่ห้ออุปกรณ์คุณภาพดีระดับกลาง, และออกแบบระบบให้ใช้จำนวนตู้น้อยที่สุดเท่าที่ปลอดภัย
Q: ราคาตู้ MDB กับราคาตู้ DB ต่างกันกี่เท่า?
A: โดยทั่วไปตู้ MDB มีราคาสูงกว่าตู้ DB ประมาณ 3-10 เท่า ขึ้นอยู่กับขนาดกระแสและสเปก
Q: ควรซื้อตู้ไฟฟ้าราคาถูกแล้วค่อยอัปเกรดอุปกรณ์ทีหลังได้ไหม?
A: ทำได้แต่ไม่แนะนำ เพราะตัวตู้ที่ราคาถูกมักมีขนาดเล็กกว่าหรือมีบัสบาร์ที่ไม่รองรับการขยาย การอัปเกรดอุปกรณ์ภายหลังอาจทำได้ไม่ครบหรือต้องเปลี่ยนทั้งตู้ในที่สุด ดีกว่าที่จะลงทุนกับตู้ที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น
ต้องการใบเสนอราคาตู้ไฟฟ้าที่ถูกต้องตามสเปกและงบประมาณของคุณ SK Power Electric ยินดีให้คำปรึกษาและจัดทำใบเสนอราคาฟรีโดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผ่านโครงการกว่า 10,000 โครงการ
☎️ Tel: 093-596-4288
🟢 Line: sk_powerelectric
📬 Email: sk_project2@hotmail.com
📘 Facebook: SK Power Electric